Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58512)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสี่แล้วเห็นว่าเป็นฎีกา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่จำเลยทั้งสี่เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ข้อ 3 และข้อ 4เป็น ปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ประกอบกับคดีนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมกันจึงไม่ต้อง ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสี่ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสี่ออกไปจากที่พิพาทและร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 3ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 2 ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 3ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยที่ 2ผู้มรณะ พร้อมด้วยบริวารออกไปจากที่พิพาท ซึ่งเป็นที่ดินของโจทก์ทั้งสอง พร้อมทั้งให้รื้อถอน เอาต้นอ้อย และทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิมกับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายปีละ 100 บาทนับแต่ปี พ.ศ. 2531 จนกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และบริวารจะออกไปจากที่พิพาทระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ โจทก์ที่ 1 ผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกจาก อสังหาริมทรัพย์จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน สองแสนบาท จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ที่ว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้ง สี่ จำเลยทั้งสี่ได้กรรมสิทธิ์โดยการ ครอบครองปรปักษ์เป็นการโต้เถียงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟัง มาว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้บุกรุก และโจทก์ ฟ้องคดีเกินหนึ่งปีคดีขาดอายุความ นั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเพื่อ นำไป สู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จ จริงเช่นเดียวกัน ต้องห้าม มิให้ฎีกาตาม บทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 140/2537นางแฉล้ม นุชนารถ กับพวกโจทก์นายชั้น พุกพราหม กับพวกจำเลยนายเฉลิม อ่อนสำราญ ทนายจำเลยทั้งสี่ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสี่แล้วเห็นว่าเป็นฎีกา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่จำเลยทั้งสี่เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ข้อ 3 และข้อ 4เป็น ปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ประกอบกับคดีนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมกันจึงไม่ต้อง ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสี่ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสี่ออกไปจากที่พิพาทและร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 3ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 2 ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 3ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยที่ 2ผู้มรณะ พร้อมด้วยบริวารออกไปจากที่พิพาท ซึ่งเป็นที่ดินของโจทก์ทั้งสอง พร้อมทั้งให้รื้อถอน เอาต้นอ้อย และทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิมกับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายปีละ 100 บาทนับแต่ปี พ.ศ. 2531 จนกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และบริวารจะออกไปจากที่พิพาทระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ โจทก์ที่ 1 ผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกจาก อสังหาริมทรัพย์จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน สองแสนบาท จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ที่ว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้ง สี่ จำเลยทั้งสี่ได้กรรมสิทธิ์โดยการ ครอบครองปรปักษ์เป็นการโต้เถียงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟัง มาว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง

ส่วนที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้บุกรุก และโจทก์ ฟ้องคดีเกินหนึ่งปีคดีขาดอายุความ นั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเพื่อ นำไป สู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จ จริงเช่นเดียวกัน ต้องห้าม มิให้ฎีกาตาม บทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · สะสม สิริเจริญสุข · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้