คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 168/2537บริษัทวิชิตพัฒนา จำกัดโจทก์นางพูลศรี แซ่จู้หรือทวงศ์อารี กับพวกจำเลยนางพูลศรี แซ่จู้หรือทวงศ์อารี ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายเรวัช แซ่จู้หรือทวงศ์อารี ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้ว คดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสอง ข้อ 2.1ที่ว่า หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้ระบุ อายุของผู้รับมอบอำนาจ จึงไม่อาจทราบได้ว่าผู้รับมอบอำนาจมี ความสามารถตามกฎหมาย และฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโจทก์ด้วยการครอบครองปรปักษ์นั้นล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ
โจทก์รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทกับให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินดังกล่าวและส่งมอบให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจาก ที่พิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 3344 ตำบลวิชิต(ระเงง)อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กับรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทดังกล่าว ห้ามเกี่ยวข้องต่อไปศาลอุทธรณ์ภาค 3
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 84)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสอง ข้อ 2.1 แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ในชั้นฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรกส่วนฎีกา ข้อ 2.2 เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า10 ปี แล้วหรือไม่ จึงต้องห้ามมิให้จำเลยทั้งสองฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง