Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58524)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามผู้เสียหายจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานมาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ และมีคำสั่งในคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่าพิเคราะห์แล้ว ไม่มีกฎหมายให้อำนาจอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีว่าศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คำร้องขอทุเลาการบังคับจึงตกไปด้วย จึงไม่รับคำร้องจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1 ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2.1ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปอนึ่งการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น จำเลยเห็นว่า คำร้องเช่นนี้ควรจะได้รับการพิจารณาสั่งโดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางโดยตรง ตามพระราชบัญญัติศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 31ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 230 วรรคสามโปรดมีคำสั่งยกหรือเพิกถอนของคำสั่งของศาลแรงงานกลางและให้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีถ้าหาก ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้วโปรดมี คำสั่งให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยด้วย และจำเลยได้ วางเงินเป็นจำนวนพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมกับคำร้อง ขอทุเลาการบังคับแล้วจึงขอให้ศาลฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดย ให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 17,741 พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 กรกฎาคม 2536) และค่าชดเชยจำนวน 10,000บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่ วันที่ 4 ธันวาคม 2535เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่ โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 21,290 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 กรกฎาคม 2536)และค่าชดเชยจำนวน36,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่ วันที่ 4 ธันวาคม 2535 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ที่ 2จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และมีคำสั่งไม่รับคำร้องของ จำเลย (อันดับ 73,72 และ 74)ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้อธิบดีผู้พิพากษาแรงงานกลางอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น ไม่มีกฎหมายให้อำนาจอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่านายกฤษฏิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยได้ปรึกษากับนางโดโรล่าว่าจะทำโทษโจทก์ทั้งสองโดยการตัดโบนัสและไม่ขึ้นเงินเดือน แต่นายกฤษฏิ์เปลี่ยนใจไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงาน การทีจำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 ว่า ศาลแรงงานกลาง มิได้นำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยประกอบหากนำมาวินิจฉัยจะฟังข้อเท็จจริงได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าไปเองจึงเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วและเมื่อ มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก็ไม่จำต้องพิจารณาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยอีก ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 55

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 179 - 180/2537นางสาววราภรณ์ องอาจวาสนาโจทก์บริษัทไทยทัพพกิจ จำกัดจำเลยนายโอฬาร ตันติฐากูร ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54, ม. 55ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามผู้เสียหายจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานมาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ และมีคำสั่งในคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่าพิเคราะห์แล้ว ไม่มีกฎหมายให้อำนาจอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งในคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีว่าศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คำร้องขอทุเลาการบังคับจึงตกไปด้วย จึงไม่รับคำร้องจำเลยเห็นว่า

อุทธรณ์ข้อ 2.1 ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2.1ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปอนึ่งการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น จำเลยเห็นว่า คำร้องเช่นนี้ควรจะได้รับการพิจารณาสั่งโดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางโดยตรง ตามพระราชบัญญัติศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 31ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 230 วรรคสามโปรดมีคำสั่งยกหรือเพิกถอนของคำสั่งของศาลแรงงานกลางและให้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีถ้าหาก

ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาแล้วโปรดมี คำสั่งให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยด้วย และจำเลยได้ วางเงินเป็นจำนวนพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมกับคำร้อง ขอทุเลาการบังคับแล้วจึงขอให้ศาลฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)คดีทั้งสองสำนวนนี้

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดย ให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 17,741 พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 กรกฎาคม 2536) และค่าชดเชยจำนวน 10,000บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่ วันที่ 4 ธันวาคม 2535เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่ โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 21,290 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 กรกฎาคม 2536)และค่าชดเชยจำนวน36,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่ วันที่ 4 ธันวาคม 2535 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ที่ 2จำเลยอุทธรณ์

พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และมีคำสั่งไม่รับคำร้องของ จำเลย (อันดับ 73,72 และ 74)ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้อธิบดีผู้พิพากษาแรงงานกลางอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น ไม่มีกฎหมายให้อำนาจอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่านายกฤษฏิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยได้ปรึกษากับนางโดโรล่าว่าจะทำโทษโจทก์ทั้งสองโดยการตัดโบนัสและไม่ขึ้นเงินเดือน แต่นายกฤษฏิ์เปลี่ยนใจไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงาน

การทีจำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 ว่า ศาลแรงงานกลาง มิได้นำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยประกอบหากนำมาวินิจฉัยจะฟังข้อเท็จจริงได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าไปเองจึงเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วและเมื่อ มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก็ไม่จำต้องพิจารณาสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยอีก ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · ชลิต ประไพศาล · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้