คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 201 - 202/2537นางจรรยา ทองขวัญโจทก์นางสาวสิวลี จุลกะจำเลยนางสาวสิวลี จุลกะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า พฤติการณ์ของโจทก์ทั้งสองเป็นความผิดชัดแจ้ง จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างและค่าชดเชยให้แก่โจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 62)คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1และที่ 2โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยจ่ายสินจ้าง แทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 11,120 บาท และจ่าย ค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 16,680 บาทจำเลยอุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 53)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว
ศาลแรงงานกลางพิพากษาโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร และรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจำเลยจึงต้องจ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ตามกฎหมาย
จำเลยอุทธรณ์ว่าการบอกเลิกสัญญาจ้างของจำเลยยังไม่มีผล โจทก์ทั้งสองกระทำการบกพร่องต่อหน้าที่ครูขาดงานนานถึง 29 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควรจึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง