Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 585456)

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสามรู้อยู่แล้วว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงอยู่ในเขตป่าสงวนและเขตปฏิรูปที่ดิน ต้องห้ามแบ่งแยกหรือโอนสิทธิในที่ดินไปยังบุคคลอื่น ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท นิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทจึงตกเป็นโมฆะ เงินมัดจำที่โจทก์มอบให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงเป็นการชำระหนี้ที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายกรณีต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 411 จึงหาอาจเรียกคืนได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนที่สองว่า โจทก์ที่ 2 เรียกโจทก์ในสำนวนที่สามว่า โจทก์ที่ 3 และเรียกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ทั้งสามสำนวนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน 77,049.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 75,000 บาท นับแต่วันที่ 12 มกราคม 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ร่วมกันคืนเงิน 30,832.19 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 30,000 บาท นับแต่วันที่ 12 มกราคม 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 และร่วมกันคืนเงิน 15,416.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 15,000 บาท นับแต่วันที่ 12 มกราคม 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3 จำเลยทั้งสามสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินมัดจำ 75,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2554 ให้จำเลยที่ 2 คืนเงินมัดจำ 30,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 และคืนเงินมัดจำ 15,000 บาท แก่โจทก์ที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลทั้งสามสำนวนให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสามต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงและผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงมาว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงตั้งอยู่หมู่ที่ 6 หมู่บ้านไทรทอง ตำบลปงน้อย อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ไม่มีเอกสารสิทธิ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาและแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา โจทก์ที่ 1 มอบเงิน 75,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 โจทก์ที่ 2 มอบเงิน 30,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 และโจทก์ที่ 3 มอบเงิน 15,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 เป็นค่ามัดจำที่ดินที่โจทก์ทั้งสามซื้อไปจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 หาใช่เงินที่โจทก์ทั้งสามมอบให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เพื่อให้ออกเอกสารสิทธิในที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ตามที่โจทก์ทั้งสามกล่าวอ้างมาในฟ้องไม่

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องคืนเงินตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งสามฐานลาภมิควรได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งต้องห้ามมิให้แบ่งแยกหรือโอนสิทธิในที่ดินไปยังผู้อื่น นิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและตกเป็นโมฆะ ดังที่โจทก์ทั้งสามฎีกาก็ตาม แต่โจทก์ทั้งสามรู้อยู่ว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงอยู่ในเขตป่าสงวนและอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินได้เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทอันเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายเสียเอง เงินมัดจำที่โจทก์ทั้งสามมอบให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการชำระหนี้ที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 411 จึงหาอาจจะเรียกร้องคืนได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุภัทร์ สุทธิมนัส · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วรงค์พร จิระภาค
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นางชลิตา ศรีสง่า เพชรนิล
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางสาววรรณดี วิไลรัตน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ684/2558, พ685/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ173/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1021/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5079/2568

การที่โจทก์ยังมิได้ขออนุญาตประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 เป็นเพียงการไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว คือยังไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่เมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6614/2562

จำเลยรับจะดำเนินการวิ่งเต้นให้โจทก์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธร โจทก์ย่อมคาดหมายได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยตนเองหรือผ่านบุคคลอื่นเพื่อแทรกแซงการใช้ดุลพินิจขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 840/2561

ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนตามกฎหมายดินแดนหมู่เกาะเวอร์จิน ผู้ร้องจึงเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งไม่มีสัญชาติไทยและถือว่าเป็นคนต่างด้าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5457/2560

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินและจำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ค้ำประกัน จำเลยทั้งสองต่างให้การรับว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์และยกข้อต่อสู้ว่า สัญญากู้ยืมเง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้