Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58549)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ทั้งห้าฟ้องเริ่มต้นคดีเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จำเลยทั้งห้าต่อสู้กรรมสิทธิ์ทำให้คดีกลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ คดีนี้ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาใน ข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งห้าโต้แย้งดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและการที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาและวินิจฉัยคดีผิดไปจากหลักฐานในคดีเช่นนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายได้โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งห้ายังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งห้าสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนที่ 1 และที่ 2 เป็นโจทก์ที่ 1 โจทก์สำนวนที่ 3ถึงที่ 6 เป็น โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ตามลำดับโจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าเพิกถอนที่ดินของโจทก์ทั้งห้าออกจากที่ดินราชพัสดุ กระทรวงการคลัง ภายใน7 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจำเลยทั้งห้า ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งกับแก้ไขฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งห้าและบริวารรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขที่ชร 1190ของจำเลยที่ 1 และให้โจทก์ทั้งห้าชำระค่าเสียหายเดือนละ 187 บาท,189 บาท,93 บาท,334 บาท และ 82 บาทตามลำดับแก่จำเลยที่ 1นับแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2531 ไปจนกว่าโจทก์ทั้งห้าและบริวารจะออกจากที่ดินดังกล่าว ยกฟ้องโจทก์ ทั้งหกสำนวนและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ 1025/2533 คำขออื่นของจำเลยที่ 1นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 184)โจทก์ทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมิได้นำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 190)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาโจทก์ทั้งหกสำนวนในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งโจทก์ทั้งห้ายื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา โดยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคำร้องในส่วนนี้ ส่วนฎีกาของโจทก์ทั้งหกสำนวนในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องนั้น เห็นว่าเหตุที่โจทก์ทั้งห้าอ้างมาในฎีกาเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อนำไปสู่ ข้อกฎหมายเท่านั้นจึงเป็นการฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 294 - 299/2537นางสุกันทา สุขเพิ่มโจทก์อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กับพวกจำเลยนางสุกันทา สุขเพิ่ม โจทก์ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายคำกวนหรือคำก้อน ใจเสริฐ โจทก์ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายคำ เวียงคำ โจทก์ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนางจำรองหรือสุพัตรา สายฉลาด โจทก์ที่ 4ผู้ยื่น ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247, ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ทั้งห้าฟ้องเริ่มต้นคดีเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จำเลยทั้งห้าต่อสู้กรรมสิทธิ์ทำให้คดีกลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ คดีนี้ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาใน ข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งห้าโต้แย้งดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและการที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาและวินิจฉัยคดีผิดไปจากหลักฐานในคดีเช่นนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายได้โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ

จำเลยทั้งห้ายังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งห้าสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนที่ 1 และที่ 2 เป็นโจทก์ที่ 1 โจทก์สำนวนที่ 3ถึงที่ 6 เป็น โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ตามลำดับโจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าเพิกถอนที่ดินของโจทก์ทั้งห้าออกจากที่ดินราชพัสดุ กระทรวงการคลัง ภายใน7 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจำเลยทั้งห้า ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งกับแก้ไขฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งห้าและบริวารรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขที่ชร 1190ของจำเลยที่ 1 และให้โจทก์ทั้งห้าชำระค่าเสียหายเดือนละ 187 บาท,189 บาท,93 บาท,334 บาท และ 82 บาทตามลำดับแก่จำเลยที่ 1นับแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2531 ไปจนกว่าโจทก์ทั้งห้าและบริวารจะออกจากที่ดินดังกล่าว ยกฟ้องโจทก์ ทั้งหกสำนวนและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ 1025/2533 คำขออื่นของจำเลยที่ 1นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 184)โจทก์ทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมิได้นำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 190)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาโจทก์ทั้งหกสำนวนในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งโจทก์ทั้งห้ายื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา โดยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคำร้องในส่วนนี้ ส่วนฎีกาของโจทก์ทั้งหกสำนวนในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องนั้น เห็นว่าเหตุที่โจทก์ทั้งห้าอ้างมาในฎีกาเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อนำไปสู่ ข้อกฎหมายเท่านั้นจึงเป็นการฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58624)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง และมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การรับฟังพยา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10927/2557

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์เพิ่มเติมจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามา แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่โจทก์เสียเกินมา และ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้