คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 312/2537พนักงานอัยการจังหวัดยะลาโจทก์นายคาเนหรือคานุ คาเน็งจำเลยนายคาเนหรือคาณุ คาเน็ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ของศาล เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยหนึ่งว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้รับฟังพยานหลักฐานโดยนำเอาคำให้การซัดทอดระหว่าง ผู้ต้องหาด้วยกันในชั้นสอบสวนมาลงโทษจำเลย คำวินิจฉัย ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงขัดต่อหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยขาดองค์ประกอบในการ กระทำความผิดตามกฎหมายเพราะว่าโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้อง และนำสืบให้เห็นโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้ กระทำความผิดอย่างไร และฎีกาที่โต้แย้งคำพิพากษาของ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในเรื่องการลงโทษจำเลยนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,76 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 126) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127) คำสั่ง ที่จำเลยฎีกาอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายและอ้างว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยไม่ชอบนั้น เป็นเรื่องที่บิดเบือน ข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยเพื่อให้เป็นข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว