Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5859/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของ ส. กับ บ. จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียคดีจึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องเพราะส. ถึงแก่กรรมไปแล้วเป็นเหตุให้การสมรสสิ้นสุดลงตามที่จำเลยฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ การที่จำเลยขออายัดที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 2โดยอ้างว่าเป็นของ ส. เป็นการโต้แย้งสิทธิในทรัพย์มรดกของส. ซึ่งเป็นบิดาโจทก์ทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลย ส.จดทะเบียนสมรสกับบ.อยู่แล้วต่อมาส. จดทะเบียนสมรสกับจำเลยอีกโดยมิได้หย่าขาดจาก บ. การจดทะเบียนสมรสระหว่างส. กับจำเลยจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1496 เดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นแม้จำเลยจะอ้างว่าจดทะเบียนสมรสโดยสุจริตก็หาเป็นเหตุให้การสมรสที่เป็นโมฆะเสียเปล่ากลับสมบูรณ์ขึ้นมาแต่อย่างใดไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของสิบตำรวจโทสุขุมกับนางบุญส่งซึ่งจดทะเบียนสมรสกัน สิบตำรวจโทสุขุมได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยอีก โดยจำเลยทราบว่าสิบตำรวจโทสุขุมมีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว และยังไม่ได้หย่าขาดจากกันอันเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน เป็นโมฆะ

จำเลยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของสิบตำรวจโทสุขุมและขออายัดที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 2 ทำให้โจทก์ทั้งสองเสียหาย ขอให้เพิกถอนทะเบียนการสมรสระหว่างสิบตำรวจโทสุขุมกับจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่ได้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของสิบตำรวจโทสุขุมกับนางบุญส่ง ไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียจึงไม่มีอำนาจฟ้อง การจดทะเบียนสมรสระหว่างสิบตำรวจโทสุขุมกับจำเลยถูกต้องตามกฎหมายโจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนที่ดินที่จำเลยขออายัดเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับสิบตำรวจโทสุขุมทำมาหาได้ร่วมกัน โจทก์ทั้งสองเป็นเพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนจึงไม่เสียหายเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์มรดก ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

การสมรสระหว่างสิบตำรวจโทสุขุม พัฒนะไพบูลย์ กับจำเลยเป็นโมฆะ ให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าการสมรสทั้งของนางบุญส่งและของจำเลยต่างสิ้นสุดไปแล้วเมื่อสิบตำรวจโทสุขุมถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการสมรสภายหลังจากที่สิบตำรวจโทสุขุมถึงแก่กรรมไปแล้วนั้นเห็นว่า

จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของสิบตำรวจโทสุขุมกับนางบุญส่งจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย คดีจึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องเพราะสิบตำรวจโทสุขุมถึงแก่กรรมไปแล้วเป็นเหตุให้การสมรสสิ้นสุดลงหรือไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของสิบตำรวจโทสุขุมและปรากฏว่าจำเลยได้ขออายัดที่ดินโฉนดเลขที่ 27853 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 2โดยจำเลยอ้างว่าเป็นของสิบตำรวจโทสุขุม จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิในทรัพย์มรดกของสิบตำรวจโทสุขุมซึ่งเป็นบิดาของโจทก์ทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลย

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายมีว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับสิบตำรวจโทสุขุมเป็นโมฆะหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าสิบตำรวจโทสุขุมจดทะเบียนสมรสกับนางบุญส่งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2499 ต่อมาสิบตำรวจโทสุขุมได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยอีกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2527 โดยมิได้หย่าขาดจากนางบุญส่ง การจดทะเบียนสมรสระหว่างสิบตำรวจโทสุขุมกับจำเลยจึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1452 และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1496 เดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ที่จำเลยฎีกาอ้างว่าจดทะเบียนสมรสโดยสุจริตก็หาเป็นเหตุให้การสมรสที่เป็นโมฆะเสียเปล่ากลับสมบูรณ์ขึ้นมาแต่อย่างใดไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9136/2557

ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้คัดค้านจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างไว้ในคำคัดค้าน แต่เมื่อปัญหานี้ปรากฏตามคำร้องขอในสำนวน ผู้คัดค้านชอบจะหยิบยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4981/2541

ผู้ร้องอ้างว่า ส.มีคู่สมรสอยู่แล้ว แต่กลับมาจดทะเบียนสมรสซ้อนกับผู้ร้องอีก การสมรสระหว่าง ส.กับผู้ร้องย่อมเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา1452 ประกอบมาตรา 1497 เมื่อบทบัญญัติในมาตรา 1497 ให้สิทธิผู้ร้องในฐานะบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6077/2537

ขณะจำเลยจดทะเบียนสมรสกับ น. เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2522น. จดทะเบียนสมรสกับโจทก์อยู่ก่อนแล้ว ฉะนั้นการสมรสระหว่างจำเลยกับ น. จึงฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7367/2537

ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้มิได้มีการตั้งเป็นประเด็นแห่งคดีไว้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 100/2534

ส. จดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นอยู่ก่อนแล้ว จึงมาจดทะเบียนสมรสซ้อนกับ จ. จ. จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอให้อัยการร้องขอต่อศาลให้พิพากษาว่าการสมรสระหว่าง ส.กับ จ. เป็นโมฆะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้