Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58613)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1มีคำสั่งยกคำร้องขอแก้ไขอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรกไม่รับฎีกาของโจทก์ และโจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234ประกอบด้วยมาตรา 247 ยกคำร้องของโจทก์โจทก์เห็นว่า การที่โจทก์ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา อำนาจที่จะพิจารณาในการมีคำสั่งเป็นอำนาจของศาลฎีกา ที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินด้านทิศเหนือของโฉนดเลขที่ 12811 ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ (บริเวณภายในเส้นสีแดงรูปโฉนดแผนที่ดินเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1) เนื้อที่ดินประมาณ 1 งาน 7 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอย่างเด็ดขาด และให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเปลี่ยนชื่อ ในโฉนดเป็นชื่อโจทก์ โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดหากจำเลยไม่ไปขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 จึงไม่รับ(อันดับ 65)โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่7 มิถุนายน 2536 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ภายหลังครบกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว จึงไม่รับ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น (อันดับ 67)ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในวันที่ 21 เมษายน 2536 และมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2536 จึงไม่มีอุทธรณ์เหลืออยู่ โจทก์ยื่นคำร้องแก้ไขอุทธรณ์ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2536 จึงถือเป็นอุทธรณ์เกินระยะเวลาอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ โจทก์ (อันดับ 84)โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ (อันดับ 85)โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ (อันดับ 88)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2536 โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2537 จึงเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง คำร้องของ โจทก์จึงไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 และศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นการปฏิเสธไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์เพื่อดำเนินการต่อไปนั้น คำปฏิเสธของศาลชั้นต้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 579/2537นางสำราญ ยินดีรสโจทก์นายเอก สุขเกษมจำเลยนางสำราญ ยินดีรส โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1มีคำสั่งยกคำร้องขอแก้ไขอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคแรกไม่รับฎีกาของโจทก์ และโจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234ประกอบด้วยมาตรา 247 ยกคำร้องของโจทก์โจทก์เห็นว่า การที่โจทก์ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา อำนาจที่จะพิจารณาในการมีคำสั่งเป็นอำนาจของศาลฎีกา ที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินด้านทิศเหนือของโฉนดเลขที่ 12811 ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ (บริเวณภายในเส้นสีแดงรูปโฉนดแผนที่ดินเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1) เนื้อที่ดินประมาณ 1 งาน 7 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอย่างเด็ดขาด และให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเปลี่ยนชื่อ ในโฉนดเป็นชื่อโจทก์ โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดหากจำเลยไม่ไปขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า

พิเคราะห์แล้วอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 จึงไม่รับ(อันดับ 65)โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่7 มิถุนายน 2536 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ภายหลังครบกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว จึงไม่รับ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น (อันดับ 67)ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในวันที่ 21 เมษายน 2536 และมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2536 จึงไม่มีอุทธรณ์เหลืออยู่ โจทก์ยื่นคำร้องแก้ไขอุทธรณ์ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2536 จึงถือเป็นอุทธรณ์เกินระยะเวลาอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ โจทก์ (อันดับ 84)

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ (อันดับ 85)โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ (อันดับ 88)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2536 โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2537 จึงเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง คำร้องของ โจทก์จึงไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 และศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นการปฏิเสธไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์เพื่อดำเนินการต่อไปนั้น คำปฏิเสธของศาลชั้นต้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · จเร อำนวยวัฒนา · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2550

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 ทางแก้ของจำเลยที่ 1 คือต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6941/2549

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2477/2548

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้