Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58620)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 2.1 ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานมาตรา 31 อุทธรณ์ขอ 2.2 เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามมาตรา 54 และอุทธรณ์ข้อ 2.3 ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ทั้งสิบห้าเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.2 ที่ว่า การที่จำเลยไม่ส่งต้นฉบับเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยมาประกอบการสืบพยานโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ถือว่าจำเลยยอมรับตามโจทก์กล่าวอ้าง และข้อ 2.3 ที่ว่า ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยเรื่องดอกเบี้ยในส่วนที่จำเลยค้างค่าจ้างทำงานล่วงเวลา เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบห้าไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)คดีทั้งสิบห้าสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 15โจทก์ทั้งสิบห้าฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งสิบห้าศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 56)โจทก์ทั้งสิบห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 57)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังว่า พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสิบห้าที่นำสืบฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสิบห้าทำงานล่วงเวลาโจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานการทำงานล่วงเวลาอยู่ที่จำเลย จำเลยไม่ส่งหลักฐานดังกล่าวตามหมายเรียกต้องฟังว่าโจทก์ทั้งสิบห้าทำงานล่วงเวลา เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่โจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์เรื่องดอกเบี้ยที่จำเลยค้างจ่ายค่าทำงานล่วงเวลานั้น เป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องมาจากอุทธรณ์ที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบห้าจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบห้าชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 595 - 609/2537นายเรวัตร มุสิกทองโจทก์บริษัทกันยงอีเลคตริก จำกัดจำเลยนายเรวัตร มุกสิกทอง ที่ 1 กับพวกรวม 15 คน โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 2.1 ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานมาตรา 31 อุทธรณ์ขอ 2.2 เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามมาตรา 54 และอุทธรณ์ข้อ 2.3 ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ทั้งสิบห้าเห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.2 ที่ว่า การที่จำเลยไม่ส่งต้นฉบับเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยมาประกอบการสืบพยานโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ถือว่าจำเลยยอมรับตามโจทก์กล่าวอ้าง และข้อ 2.3 ที่ว่า

ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยเรื่องดอกเบี้ยในส่วนที่จำเลยค้างค่าจ้างทำงานล่วงเวลา เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบห้าไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)คดีทั้งสิบห้าสำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 15โจทก์ทั้งสิบห้าฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งสิบห้าศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 56)โจทก์ทั้งสิบห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 57)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังว่า พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสิบห้าที่นำสืบฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสิบห้าทำงานล่วงเวลาโจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานการทำงานล่วงเวลาอยู่ที่จำเลย จำเลยไม่ส่งหลักฐานดังกล่าวตามหมายเรียกต้องฟังว่าโจทก์ทั้งสิบห้าทำงานล่วงเวลา เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่โจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์เรื่องดอกเบี้ยที่จำเลยค้างจ่ายค่าทำงานล่วงเวลานั้น เป็นอุทธรณ์ที่เกี่ยวเนื่องมาจากอุทธรณ์ที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบห้าจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบห้าชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวรรค์ ศักดารักษ์ · ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้