Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58630)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 4ฎีกามา เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 4จำเลยที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 4 กระทำความผิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ประกอบกับจำเลยที่ 4 ต้องเลี้ยงดูบุตร 2 คน และสามีซึ่งป่วย ในขณะนี้จำเลยที่ 4 ก็ตั้งครรภ์ใกล้จะคลอด จึงขอความเมตตาจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง ฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้ จำคุก 1 ปี ฐานแปรรูปไม้โดยไม่รับอนุญาต จำคุก 1 ปีเรียงกระทงลงโทษแล้ว วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ของกลางริบศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่รับอนุญาต จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 4 เดือนและความผิดฐานแปรรูปไม้โดยไม่รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 เดือนรวมจำคุกคนละ 8 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 4 เดือนนอกจาก ที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 33)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 34)คำสั่งจำเลยที่ 4 กระทำความผิดโดยความรู้เท่าถึงการณ์หรือไม่และสมควรลงโทษจำเลยที่ 4 สถานใด เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 4 ชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 638/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายเฉลียว โจมกระโทก กับพวกจำเลยนางประนอม สารากูล จำเลยที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 4ฎีกามา เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 4จำเลยที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 4 กระทำความผิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ประกอบกับจำเลยที่ 4 ต้องเลี้ยงดูบุตร 2 คน และสามีซึ่งป่วย ในขณะนี้จำเลยที่ 4 ก็ตั้งครรภ์ใกล้จะคลอด จึงขอความเมตตาจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง ฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้ จำคุก 1 ปี

ฐานแปรรูปไม้โดยไม่รับอนุญาต จำคุก 1 ปีเรียงกระทงลงโทษแล้ว วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ของกลางริบศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่รับอนุญาต จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 4 เดือนและความผิดฐานแปรรูปไม้โดยไม่รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 เดือนรวมจำคุกคนละ 8 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 4 เดือนนอกจาก ที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 33)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 34)คำสั่งจำเลยที่ 4 กระทำความผิดโดยความรู้เท่าถึงการณ์หรือไม่และสมควรลงโทษจำเลยที่ 4 สถานใด เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 4 ชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้