Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58641)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดอันยอมความไม่ได้ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วโจทก์ไม่อาจถอนฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 35 แต่คำร้องถอนฟ้องของโจทก์มีเจตนาถอนฟ้องฎีกานั่นเองศาลฎีกาย่อมอนุญาตให้โจทก์ถอนฎีกา จำหน่ายคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 83, 91, 362, 363, 365ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365(2) จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ1,800 บาท จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365 (2), 86 ลงโทษจำคุก 8 เดือน ปรับ 1,200 บาทคำให้การของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างเห็นสมควรปรานีลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 คนละ 9 เดือนปรับคนละ 1,200 บาท และจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 เดือน10 วัน

ปรับ 800 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8ไว้มีกำหนด2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30โจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดโทษให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 2ถึงที่ 8 คนละ 8 เดือน ปรับคนละ 1,200 บาทยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา

โจทก์ยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไป ขอถอนฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วโจทก์ไม่อาจถอนฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 35 แต่คดีนี้สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์คงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะคดีของจำเลยที่ 1 ตามฟ้องเท่านั้น การที่โจทก์ยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 อีกต่อไป ขอถอนฟ้อง ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาที่จะถอนฟ้องฎีกาจำเลยที่ 1 นั่นเองจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องฎีกาจำเลยที่ 1 ได้ จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · สะสม สิริเจริญสุข · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2539

คดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวโจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้เมื่อจำเลยไม่คัดค้านศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา39(2)ศาลฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3463/2534

ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดและถอนอุทธรณ์จำเลยที่ 7ไม่ดำเนินคดีกับจำเลยทั้งเจ็ดต่อไป ดังนี้แม้ข้อหาที่โจทก์ฟ้องเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ ซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6320/2531

คดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวซึ่งราษฎรเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ยื่นคำต้องขอถอนฟ้อง จำเลยไม่ค้าน แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2531

การถอนคำร้องขอถอนฟ้องในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่ศาลอุทธรณ์จะพิจารณาเห็นสมควร ในคดีความผิดต่อส่วนตัว ใบแต่งทนายของโจทก์ระบุว่าให้ทนายความมีอำนาจว่าต่าง แก้ต่าง ถอนฟ้อง ประนีประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5457/2530

การถอนฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตหรือไม่ประการใดแล้วแต่ ศาลอุทธรณ์จะพิจารณาเห็นสมควร ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลย ถอนฟ้องอุทธรณ์นั้น เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะทำได้ (อ้างฎีกาที่775/2510)

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้