Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58666)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา หากศาลฎีกาพิพากษากลับให้จำเลยชนะคดีแล้ว โจทก์จะไม่มีทรัพย์สินพอที่จะให้จำเลยบังคับคดีได้โปรดมีคำสั่งให้กำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างพิจารณา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินที่โจทก์ได้วางต่อศาลชั้นต้นไว้เพื่อเป็นประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีของจำเลย กับขอให้อายัดเงินที่โจทก์นำมาวางศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ในระหว่างฎีกาหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 224)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ บังคับตามฟ้องแย้งจำเลยให้โจทก์ชำระเงิน 345,976 บาท แก่จำเลยพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องแย้ง(25 กุมภาพันธ์ 2531) เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะชำระเสร็จ กับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยอีกวันละ500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้ง (26 กุมภาพันธ์ 2531)จนถึงวันสร้างบ้านเสร็จ(16 พฤศจิกายน 2531) เป็นเวลา265 วัน เป็นเงิน 132,500 บาท แก่จำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน129,302 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จยกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 208,212)อนึ่ง ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของโจทก์ตามหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้น เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลชั้นต้นว่า โจทก์ได้นำเงินไปวางชำระหนี้ตามหมายบังคับคดีครบถ้วนโดยโจทก์ได้ชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย และค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดีครบถ้วนแล้ว ขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีเหตุขัดข้องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการยึดทรัพย์หรือไม่ และจะได้จัดส่งเงินสุทธิไปยังศาลชั้นต้นต่อไป ต่อมาศาลชั้นต้นแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าไม่ขัดข้องในการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขอถอนการยึดจากนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จัดส่งเงินสุทธิที่โจทก์วางชำระหนี้ตามหมายบังคับคดีไปยังศาลชั้นต้นจำนวน 545,725.09 บาท ศาลชั้นต้นได้รับไว้แล้วคำสั่งคำร้องของ จำเลยพอแปลได้ว่า ขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 พิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้ระงับการจ่ายเงินสุทธิที่โจทก์วางชำระหนี้ตามหมายบังคับคดี ไว้ในระหว่างฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 993/2537บริษัทเทรดดิ้งเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัดโจทก์นายลักษณ์ เฮงสกุลจำเลยนายลักษณ์ เฮงสกุล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 264ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา หากศาลฎีกาพิพากษากลับให้จำเลยชนะคดีแล้ว โจทก์จะไม่มีทรัพย์สินพอที่จะให้จำเลยบังคับคดีได้โปรดมีคำสั่งให้กำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างพิจารณา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินที่โจทก์ได้วางต่อศาลชั้นต้นไว้เพื่อเป็นประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีของจำเลย กับขอให้อายัดเงินที่โจทก์นำมาวางศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ในระหว่างฎีกาหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 224)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ บังคับตามฟ้องแย้งจำเลยให้โจทก์ชำระเงิน 345,976 บาท แก่จำเลยพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องแย้ง(25 กุมภาพันธ์ 2531) เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะชำระเสร็จ กับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยอีกวันละ500 บาท

นับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้ง (26 กุมภาพันธ์ 2531)จนถึงวันสร้างบ้านเสร็จ(16 พฤศจิกายน 2531) เป็นเวลา265 วัน เป็นเงิน 132,500 บาท แก่จำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน129,302 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จยกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 208,212)

อนึ่ง ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของโจทก์ตามหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้น เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลชั้นต้นว่า โจทก์ได้นำเงินไปวางชำระหนี้ตามหมายบังคับคดีครบถ้วนโดยโจทก์ได้ชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย และค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดีครบถ้วนแล้ว ขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีเหตุขัดข้องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถอนการยึดทรัพย์หรือไม่ และจะได้จัดส่งเงินสุทธิไปยังศาลชั้นต้นต่อไป ต่อมาศาลชั้นต้นแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าไม่ขัดข้องในการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขอถอนการยึดจากนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จัดส่งเงินสุทธิที่โจทก์วางชำระหนี้ตามหมายบังคับคดีไปยังศาลชั้นต้นจำนวน 545,725.09 บาท ศาลชั้นต้นได้รับไว้แล้วคำสั่งคำร้องของ จำเลยพอแปลได้ว่า ขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264

พิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้ระงับการจ่ายเงินสุทธิที่โจทก์วางชำระหนี้ตามหมายบังคับคดี ไว้ในระหว่างฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์ · ถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2562

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ต่อมาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีในส่วนที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4231/2558

เมื่อในคดีหลักที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้เด็กชาย ธ. เป็นบุตรของโจทก์กับจำเลยที่ 1 และให้โจทก์มีอำนาจปกครองถึงที่สุดแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโดยขอให้มีสิทธิติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10361/2557

โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากจำเลยที่ 1 และขอให้พิพากษาแบ่งสินสมรสแก่โจทก์กึ่งหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแบ่งสินสมรสที่ดินสวนยางพาราพิพาทเนื้อที่ 60 ไร่ และที่ดินสวนปาล์มน้ำมันพิพาทเนื้อที่ 15 ไร่ แก่โจทก์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2556

เมื่อที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองแล้ว อำนาจในการสั่งคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ย่อมเป็นของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้คุ้มครอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2551

โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาขายฝากที่ดินและบ้านแก่จำเลยแล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด ส่วน ม. ทำสัญญาขายฝากที่ดินอีกแปลงหนึ่งแก่จำเลย แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเช่นเดียวกัน จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย และไม่มีบทบัญญัติแห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้