Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58672)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าเป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า การวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางขัดต่อ เจตนา หรือความประสงค์ของโจทก์และจำเลยตามเอกสารหมาย ล.2 และขัดต่อ กฎหมายวิธีสบัญญัติอันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน โดยหยิบยกเอาข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาตัดสินคดีของ โจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ทั้ง ๆ ที่ จำเลยไม่ได้นำ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยมาสืบและหรือแสดงต่อศาล แต่อย่างใด ว่ากรณีการกระทำอย่างใดเป็นกรณีร้ายแรง แต่ศาลแรงงานกลางกลับตัดสินคดีว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำ ที่ผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง การที่ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดอย่างร้ายแรง จำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้โจทก์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่จำเลยหาได้จ่ายเงินดังกล่าวไม่ อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ใช่อุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะข้อเท็จจริงเป็นอันยุติแล้วตาม เอกสารหมายเลข ล.2 โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 56)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 50)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ ฉีกตั๋วโดยสารไม่ตรงกับจำนวนเงินที่ได้รับ เป็นการเบียดบัง ค่าโดยสารของจำเลยซึ่งมีความหมายว่าโจทก์ทุจริตที่โจทก์อุทธรณ์ ว่าไม่ได้ทุจริต เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ส่วนที่อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานเป็นกรณีร้ายแรงโดยจำเลยไม่ได้อ้างส่งระเบียบข้อบังคับ ซึ่งเป็นการไม่ชอบและการกระทำของโจทก์มิใช่กรณีร้ายแรงนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงเช่นกันต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ยกคำร้อง อุทธรณ์คำสั่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1195/2537นางบังอร หนองคายโจทก์บริษัทปทุมวันพัฒนา จำกัดจำเลยนางบังอร หนองคาย โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าเป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า การวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางขัดต่อ เจตนา หรือความประสงค์ของโจทก์และจำเลยตามเอกสารหมาย ล.2 และขัดต่อ กฎหมายวิธีสบัญญัติอันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน โดยหยิบยกเอาข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาตัดสินคดีของ โจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ทั้ง ๆ ที่ จำเลยไม่ได้นำ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยมาสืบและหรือแสดงต่อศาล แต่อย่างใด ว่ากรณีการกระทำอย่างใดเป็นกรณีร้ายแรง แต่ศาลแรงงานกลางกลับตัดสินคดีว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำ ที่ผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง การที่ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดอย่างร้ายแรง

จำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้โจทก์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่จำเลยหาได้จ่ายเงินดังกล่าวไม่ อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ใช่อุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะข้อเท็จจริงเป็นอันยุติแล้วตาม เอกสารหมายเลข ล.2 โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 56)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว(อันดับ 50)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ ฉีกตั๋วโดยสารไม่ตรงกับจำนวนเงินที่ได้รับ เป็นการเบียดบัง ค่าโดยสารของจำเลยซึ่งมีความหมายว่าโจทก์ทุจริตที่โจทก์อุทธรณ์ ว่าไม่ได้ทุจริต เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ส่วนที่อุทธรณ์ว่า

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานเป็นกรณีร้ายแรงโดยจำเลยไม่ได้อ้างส่งระเบียบข้อบังคับ ซึ่งเป็นการไม่ชอบและการกระทำของโจทก์มิใช่กรณีร้ายแรงนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงเช่นกันต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ยกคำร้อง อุทธรณ์คำสั่ง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย พิทักษ์พล · ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้