Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58673)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้ว เป็นฎีกาที่ โต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ยอมรับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว แต่จำเลยฎีกาเพื่อขอความปรานีได้โปรดมี คำพิพากษาให้รอการลงโทษแก่จำเลยเท่านั้นอีกทั้งยังมิได้ เข้าลักษณะอันเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของศาลแต่ประการใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคแรก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390,91ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 3 เดือน ฐานขับรถก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นแล้ว ไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 4 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 3 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 109)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล จึงเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 218 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1196/2537พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาโจทก์นายสมคิด โฉมศรีจำเลยนายสมคิด โฉมศรี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม. 4ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้ว เป็นฎีกาที่ โต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ยอมรับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว แต่จำเลยฎีกาเพื่อขอความปรานีได้โปรดมี คำพิพากษาให้รอการลงโทษแก่จำเลยเท่านั้นอีกทั้งยังมิได้ เข้าลักษณะอันเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของศาลแต่ประการใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคแรก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390,91ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 3 เดือน

ฐานขับรถก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นแล้ว ไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 4 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 3 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 109)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล จึงเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2563

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ศ. หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัท ศ. ว่าบริษัท ศ. มีนโยบายสมนาคุณให้แก่ลูกค้าพิเศษ มีโครงการรับฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษจากลูกค้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9076/2558

แม้ปัญหาเรื่องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้