Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5875/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 342,265,268ซึ่งมีอัตราโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกเกินกว่า 3 ปี แต่โจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 342 ไม่อาจลงโทษจำเลยฐานนี้ได้ ส่วนความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการไม่อาจลงโทษจำเลยตามมาตรา 265,268 ได้เช่นกัน คงเหลือความผิดฐานอื่นซึ่งมีอัตราโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี จึงเป็นคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 334 นายบุญทิ้งได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นขอแบ่งมรดก โจทก์ติดต่อจำเลยให้หาทนายความให้โทษมีข้อตกลงข้อตกลงว่าถ้าโจทก์ชนะคดีโจทก์จะให้ที่ดินแก่จำเลยจำนวนหนึ่ง จำเลยให้โจทก์ลงชื่อในกระดาษแบบพิมพ์หลายแผ่นเพราะโจทก์อ่านหนังสือไม่ออก แล้วจำเลยได้ติดต่อหาทนายความให้แก่โจทก์ต่อมาทนายความของโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับทนายความของนายบุญทิ้ง ยกที่ดินให้แก่นายบุญทิ้งจำนวนหนึ่ง โดยโจทก์ไม่ทราบเรื่องและไม่ได้ให้ความยินยอม ต่อมาจำเลยได้นำหนังสือมอบอำนาจและสัญญาซื้อขายซึ่งจำเลยหลอกลวงให้โจทก์ลงชื่อไว้มากรอกข้อความ แล้วไปติดต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าโจทก์ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3364 ให้แก่จำเลยจำนวนหนึ่ง และรับเงินจากจำเลยแล้ว เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อจึงจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้แก่จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกับโจทก์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์และโจทก์ไม่เคยรับเงินจากจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 342,264, 265,267, 268

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพยานที่โจทก์นำสืบยังขาดตกบกพร่องและขาดเหตุผลที่น่าเชื่อ คดีโจทก์จึงไม่มีมูล โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์นำสืบสมตามฟ้องแล้ว เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แม้โจทก์จะขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 342, 365, 268 ซึ่งมีอัตราโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกเกินกว่า 3 ปี แต่โจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงว่าจำเลยหลอกลวงให้โจทก์ลงชื่อในเอกสาร โจทก์ยอมลงชื่อเพราะอ่านหนังสือไม่ออกซึ่งปรากฏชัดว่าไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342เพราะไม่ได้อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ไม่อาจลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ได้

ส่วนความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารหลอมโจทก์ก็ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยปลอกเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ ไม่อาจลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารสิทธิ์หรือเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 ได้เช่นกัน คงเหลือความผิดฐานอื่นซึ่งมีอัตราโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี จึงเป็นคดีซึ่งต้องห้ามตามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2521 (เลขอ้างอิง 36973)

ความตามคำฟ้องโจทก์ว่า จำเลยลงลายมือชื่อบุคคลอื่นเบิกเงินจากธนาคารและสลักหลังแคชเชียร์เช็คเป็นการหลอกลวงธนาคาร ทำให้ธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของบุคคลนั้น จำเลยกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2521 (เลขอ้างอิง 100050)

ความตามคำฟ้องโจทก์ว่า จำเลยลงลายมือชื่อบุคคลอื่นเบิกเงินจากธนาคารและสลักหลังแคชเชียร์เช็ค เป็นการหลอกลวงธนาคาร ทำให้ธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของบุคคลนั้น จำเลยกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2248/2537

การที่จำเลยลักสมุดคู่ฝากเงินธนาคารของ ว.ไปแล้วปลอมลายมือชื่อของ ว.ลงในใบถอนเงินของธนาคาร และนำสมุดคู่ฝากเงินพร้อมใบถอนเงินไปแสดงต่อพนักงานธนาคารและรับเงินไป เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อให้ได้เง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2529

การใช้เอกสารปลอมเป็นการกระทำอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ฐานหนึ่ง แม้มาตรา 268 จะบัญญัติว่า ผู้ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา 264, 265 ฯลฯ ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้