Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58791)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 มาตรา 225ประกอบมาตรา 215 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษา แต่ที่จำเลยที่ 1ฎีกา เพื่อขอความปรานีให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวเป็นพลเมืองดี เท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 24)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามสิบเก้ามีความผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12และ 15 ที่แก้ไขแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าสำนัก 4 เดือน ปรับ 2,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้ามือ 4 เดือน ปรับ 2,000 บาท จำเลยนอกนั้นปรับคนละ 1,800 บาท จำเลย ทุกคนให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 2 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท จำเลยนอกนั้น ปรับคนละ 900 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 1และที่ 2 ให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 และยกคำขอที่ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายสินบนนำจับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 21)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 จำคุก 2 เดือนและปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุก 2 เดือน ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้ยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 1 จ่ายสินบนนำจับ เป็นการแก้ไขมากและ เป็นการเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 จึงไม่ห้ามจำเลยที่ 1 ที่จะฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12 สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้รอการลงโทษนั้น เป็นปัญหาที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนข้อเท็จจริงบางประการถึงแม้จำเลยที่ 1 จะเพิ่งยกขึ้น กล่าวอ้างในชั้นฎีกา แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวกับ การกระทำผิดโดยตรง เป็นเพียงเหตุผลประกอบเพื่อให้ศาลฎีการอการ ลงโทษให้จำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 1 ยกขึ้นกล่าวอ้างได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงให้รับ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันรับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2206/2537พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดโจทก์นางทองดี พุกกะณะวณิชย์ กับพวกจำเลยนางทองดี พุกกะณะวณิชย์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 มาตรา 225ประกอบมาตรา 215 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษา แต่ที่จำเลยที่ 1ฎีกา เพื่อขอความปรานีให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวเป็นพลเมืองดี เท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 24)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามสิบเก้ามีความผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12และ 15 ที่แก้ไขแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าสำนัก 4 เดือน ปรับ 2,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้ามือ 4 เดือน ปรับ 2,000 บาท จำเลยนอกนั้นปรับคนละ 1,800 บาท จำเลย ทุกคนให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 2 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท จำเลยนอกนั้น ปรับคนละ 900 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 1และที่ 2 ให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 และยกคำขอที่ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายสินบนนำจับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 21)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 จำคุก 2 เดือนและปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุก 2 เดือน ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้ยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 1 จ่ายสินบนนำจับ เป็นการแก้ไขมากและ เป็นการเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 จึงไม่ห้ามจำเลยที่ 1 ที่จะฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12 สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้รอการลงโทษนั้น เป็นปัญหาที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนข้อเท็จจริงบางประการถึงแม้จำเลยที่ 1 จะเพิ่งยกขึ้น กล่าวอ้างในชั้นฎีกา แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวกับ การกระทำผิดโดยตรง เป็นเพียงเหตุผลประกอบเพื่อให้ศาลฎีการอการ ลงโทษให้จำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 1 ยกขึ้นกล่าวอ้างได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงให้รับ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันรับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา นาคพันธุ์ · อำนวย สุขพรหม · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้