คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่ามีพลทหารไปช่วยตำรวจจับคนลักเล่นการพะนันตามที่ตำรวจร้องขอแล้วพากันคุมตัวคนที่จับได้เพื่อไปสถานีตำรวจ จำเลยเป็นพลทหารประจำการ เข้าไปจับแขนพลทหาร ถ.ซึ่งผู้ควบคุมมาด้วยแลจับแขน บ.ผู้ถูกจับ แล้วถามว่า "ทำอะไรกัน" บ.ตอบว่า เขาหาว่าลักเล่นการพะนัน จำเลยพูดกับพลทหาร ถ.ว่า "ขอเสียเถอะ เพราะทหารไม่มีหน้าที่จับกุม" พอทหาร ถ.ตอบว่า ฝ่ายตำรวจเขาขอให้ช่วยในระหว่างโต้ตอบกันนี้ พวกที่ถูกคุมตัวมาหนีไปหมดเหลือแต่ บ.คนเดียว ศาลจังหวัดทหารบกลำปางตัดสินว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.๑๑๙-๑๕๔ ให้จำคุก ๖ เดือน ศาลทหารกลางวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานแลฐานช่วยให้ผู้ต้องหาหนี หากจะมีผิด ก็เป็นผิดตาม ม.๑๖๕ แต่โจทก์มิได้บรรยายมาในฟ้องแลขอให้ลงโทษ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้เจตนาเข้าขัดขวางให้ผู้ต้องหาหลบหนี จึงไม่เป็นการละเมิดกฎหมายบทใดเลย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลทหารกลาง(อิศร-กฤต-นล)