Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58813)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่6 กรกฎาคม 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่าครบกำหนดแก้ฎีกาวันที่19 พฤษภาคม 2537 จำเลยที่ 2 ยื่นมาเกินกำหนดระยะเวลาแล้วจึงไม่รับเป็นคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องฉบับลง วันที่ 9 พฤษภาคม 2537 ขอให้ศาลไต่สวนฎีกาโจทก์และขอขยายอายุ การยื่นคำแก้ฎีกาไว้ เมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้แจ้งผลของคำสั่ง เกี่ยวกับการขยายเวลายื่นคำแก้ฎีกาให้แก่จำเลยที่ 2ทราบ จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ยังมีสิทธิยื่นคำแก้ฎีกา ขอศาลฎีกา ได้โปรดมีคำสั่งรับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 หรือรับไว้ เป็นคำแถลงการณ์ต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167)คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกจำเลยสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยใน สำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,83ให้วางโทษ จำคุกคนละ 10 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสามไว้ในระหว่างฎีกาโจทก์ฎีกา (อันดับ 149)จำเลยที่ 2 ได้รับสำเนาฎีกาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2537ต่อมาวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ ไต่สวนอายุฎีกาของโจทก์และให้ถือเอาวันที่จำเลยที่ 2 ทราบ คำสั่งของศาลเป็นวันเริ่มกำหนดอายุแก้ฎีกา (อันดับ 149 แผ่นที่ 6,157)วันที่ 15 กรกฎาคม 2537 จำเลยที่ 2 ยื่นคำแก้ฎีกา(คำแก้ฎีกาลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2537) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำแก้ฎีกาดังกล่าว (อันดับ 164)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167)คำสั่งคำร้องของ จำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2537ไม่ชัดแจ้งว่าเป็นการขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกา เมื่อ ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 แล้วมิได้ยื่นคำแก้ฎีกาเสียภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2537 แต่กลับมายื่นภายหลัง จึงเป็นการยื่น คำแก้ฎีกาเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่รับเป็นคำแก้ฎีกา แต่ให้รับไว้เป็นคำแถลงการณ์

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2289 - 2290/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายวันชัยหรือชัย ม่วงกล่ำหรือแก้วทองจำเลยนายมีชัยหรือวิชัย แก้วทอง จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 200, ม. 225ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่6 กรกฎาคม 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่าครบกำหนดแก้ฎีกาวันที่19 พฤษภาคม 2537 จำเลยที่ 2 ยื่นมาเกินกำหนดระยะเวลาแล้วจึงไม่รับเป็นคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องฉบับลง วันที่ 9 พฤษภาคม 2537 ขอให้ศาลไต่สวนฎีกาโจทก์และขอขยายอายุ การยื่นคำแก้ฎีกาไว้ เมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้แจ้งผลของคำสั่ง เกี่ยวกับการขยายเวลายื่นคำแก้ฎีกาให้แก่จำเลยที่ 2ทราบ จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ยังมีสิทธิยื่นคำแก้ฎีกา ขอศาลฎีกา ได้โปรดมีคำสั่งรับคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 หรือรับไว้ เป็นคำแถลงการณ์ต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167)

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกจำเลยสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยใน สำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,83ให้วางโทษ จำคุกคนละ 10 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสามไว้ในระหว่างฎีกาโจทก์ฎีกา (อันดับ 149)จำเลยที่ 2 ได้รับสำเนาฎีกาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2537ต่อมาวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ ไต่สวนอายุฎีกาของโจทก์และให้ถือเอาวันที่จำเลยที่ 2 ทราบ คำสั่งของศาลเป็นวันเริ่มกำหนดอายุแก้ฎีกา (อันดับ 149 แผ่นที่ 6,157)วันที่ 15 กรกฎาคม 2537 จำเลยที่ 2 ยื่นคำแก้ฎีกา(คำแก้ฎีกาลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2537)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำแก้ฎีกาดังกล่าว (อันดับ 164)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167)คำสั่งคำร้องของ จำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2537ไม่ชัดแจ้งว่าเป็นการขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกา เมื่อ ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 แล้วมิได้ยื่นคำแก้ฎีกาเสียภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2537 แต่กลับมายื่นภายหลัง จึงเป็นการยื่น คำแก้ฎีกาเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่รับเป็นคำแก้ฎีกา แต่ให้รับไว้เป็นคำแถลงการณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้