Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58819)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลในข้อที่ว่า แก้วหูซ้ายของผู้เสียหายทะลุหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเพื่อ นำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมาย เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ในทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าบาดแผลที่ปรากฏแก่ผู้เสียหายที่เกิดจากการกระทำของจำเลยเป็นเพียงรอยบวมฟกช้ำเท่านั้น ซึ่งบาดแผลดังกล่าวจะถือว่าเป็นการทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 หาได้ไม่ จำเลยฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวโดยมิได้โต้แย้งว่าแก้วหูซ้ายของ ผู้เสียหายทะลุหรือไม่แต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 ลงโทษจำคุก 2 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน การที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายมีบาดแผลเพียงรอยบวมฟกช้ำนั้นเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ที่ฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายจนแก้วหูซ้ายทะลุ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2404/2537พนักงานอัยการกองคดีแขวงพระนครใต้โจทก์นายดาบตำรวจชาติ สมัครราชจำเลยนายสมศักดิ์ ทรัพย์มี ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลในข้อที่ว่า แก้วหูซ้ายของผู้เสียหายทะลุหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเพื่อ นำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมาย เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ในทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าบาดแผลที่ปรากฏแก่ผู้เสียหายที่เกิดจากการกระทำของจำเลยเป็นเพียงรอยบวมฟกช้ำเท่านั้น ซึ่งบาดแผลดังกล่าวจะถือว่าเป็นการทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 หาได้ไม่

จำเลยฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวโดยมิได้โต้แย้งว่าแก้วหูซ้ายของ ผู้เสียหายทะลุหรือไม่แต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 ลงโทษจำคุก 2 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน การที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายมีบาดแผลเพียงรอยบวมฟกช้ำนั้นเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ที่ฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายจนแก้วหูซ้ายทะลุ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทิง มุลพรม · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้