Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5889/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงตั้งแต่สิบคนขึ้นไปและเป็นผู้จุดไฟเผาทรัพย์สินของผู้อื่นอันเป็นการเข้าร่วมมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปและกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 215 วรรคสอง 217 และ 358 ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียงว่าไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกระทำผิดกฎหมายซึ่งเป็นการสั่งให้เลิกมั่วสุมในการก่อเหตุวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ได้มั่วสุมและกระทำการก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 216 ที่มุ่งประสงค์ลงโทษผู้ที่ขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงานอันเป็นการกระทำที่ยังไม่ถึงขั้นความผิดสำเร็จตามมาตรา 215 การวางเพลิงเผาทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง จึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 90, 91, 138, 140, 215, 216, 217, 229, 231, 295, 296, 358 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 4, 6, 39, 71 และริบท่อนไม้แปรรูป เศษขวดแก้ว ก้อนหินของกลาง จำเลยทั้ง 56 คน ให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 13 ที่ 25 ที่ 30 ที่ 51 และที่ 53 ถึงแก่ความตาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ถึงแก่ความตายออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบของกลาง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, 216 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 216 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 1 ปี และมีความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น กับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217, 358 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 217 จำคุก 6 เดือน อีกกระทงหนึ่ง ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง สมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงและทำการจุดไฟเผาทรัพย์สินของผู้อื่นอันเป็นการชักนำให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงก่อความวุ่นวายทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมีอาวุธ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง, 217 และ 358 สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานไม่ยอมเลิกมั่วสุมกันเพื่อกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 นั้น ได้ความจากนายวีระ นายวิเชียร เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของบริษัทไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด นายวีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการในขณะนั้นพยานโจทก์ซึ่งร่วมเจรจากับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงว่า

เวลาประมาณ 18 นาฬิกา ฝ่ายบริหารของบริษัทได้นำประกาศเรื่องการจ่ายเงินโบนัสไปแจกจ่ายให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกลับเอาประกาศดังกล่าวไปจุดไฟเผาจนเหตุการณ์บานปลาย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงทุบทำลายสิ่งของและขว้างปาสิ่งของเข้าไปในบริษัทจนเกิดความวุ่นวายขึ้น จนเวลาประมาณ 20 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจจึงประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียงว่าไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการสั่งให้เลิกมั่วสุมในการก่อเหตุวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ได้มีการมั่วสุมและกระทำการที่เป็นการก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 ตามที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน

อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไปทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธเป็นความผิดคนละกรรมกับความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การวางเพลิงเผาทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไปทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 หาใช่เป็นความผิดคนละกรรมต่างกันไม่ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 จะไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 วรรคสอง, 217 และ 358 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม มาตรา 217 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดแต่เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 6 เดือนคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 เดือน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 ให้ยก นอกจากที่แก้ไขให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กรองเกียรติ คมสัน · ศุภชัย สมเจริญ · โสภณ โรจน์อนนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสันติ บุตรดี
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3547/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1036/2541
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ883/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2562 (เลขอ้างอิง 662894)

การกระทำความผิดของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ตาม ป.อ. มาตรา 215 วรรคแรก วรรคสาม และมาตรา 216 เป็นความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดการวุ่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2532

ตาม ป.อ. มาตรา 216 มุ่งประสงค์ลงโทษผู้ที่ขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ไม่ยอมเลิกการมั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ซึ่งการมั่วสุมนั้นยังไม่ถึงขั้นลงมือกระทำการอันเป็นความผิดสำเร็จตามมาตรา 215 หากต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2532

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 มุ่งประสงค์ลงโทษผู้ที่ขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ไม่ยอมเลิกการมั่วสุมกันเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ซึ่งเป็นการกระทำที่ยังไม่ถึงขึ้นที่ผู้กระทำได้ลงมือใช้กำลังประทุษร้าย ขู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10319/2558

การที่จำเลยทั้งสามร่วมกันนำยาฆ่าแมลงใส่ในผลมะละกอให้ช้างกิน ช้างได้รับสารพิษทำให้ล้มลงกับพื้น ขณะที่ยังไม่ถึงแก่ความตายจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เลื่อยเหล็กตัดงาช้าง เป็นเหตุให้ช้างได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 554792)

จำเลยที่ 2 กับพวกได้รวมกลุ่มคัดค้านด้วยความสงบโดยปราศจากอาวุธและมิได้ใช้กำลังประทุศร้ายใด ๆ ได้พยายามที่จะขจัดความเดือนร้อนด้วยการยื่นข้อเรียกร้องในทางรัฐบาลและผู้เสียหายลงไปแก้ปัญหาแล้ว โดยข้อเรียกร้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้