Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจะเรียกชื่อว่าสัญญาเช่าที่ดินก็จริง แต่ความมุ่งหมายในการทำสัญญาเช่าคู่สัญญามีเจตนาที่จะให้ผู้เช่าทำการปลูกสร้างอาคารบนที่ดิน (สัญญาข้อ 1) เมื่อปลูกเสร็จแล้วให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าทันที (สัญญาข้อ 10) และสัญญาข้อ 5 มีข้อความว่า 'ห้ามมิให้ผู้เช่าเอาที่ดินไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วง ฯลฯผู้เช่าย่อมมีสิทธิที่จะอยู่อาศัยหรือทำการค้าหรือให้บุคคลอื่นเช่าช่วงในอาคารที่ปลูกสร้างลงในที่ดินได้เสมอ' ดังนี้ ข้อสัญญาที่ให้อาคารซึ่งปลูกสร้างขึ้นตกเป็นของโจทก์ และโจทก์ยอมให้จำเลยให้เช่าช่วงอาคารนั้นย่อมแสดงว่าสัญญาเช่านี้แท้จริงเป็นสัญญาให้เช่าที่ดินรวมทั้งอาคารที่ตกเป็นของโจทก์ตามสัญญาข้อ10 นั้นด้วย ฉะนั้นที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีสิทธิให้เช่าได้เฉพาะที่ดินที่ปลูกตึกจึงขัดกับความในสัญญาข้อ 5 ที่ห้ามมิให้เช่าช่วงที่ดิน แต่ยอมให้เช่าช่วงอาคารได้ จำเลยร่วมผู้เช่าช่วงอาคารโดยชอบจึงหาได้อยู่ในฐานะบริวารหรือผู้อาศัยของจำเลยไม่เมื่อเป็นดังนี้ จำเลยร่วมมีข้อต่อสู้ที่จะคงอยู่ในอาคารประการใดก็เป็นเรื่องที่จะต้องฟังคำพยานของคู่ความต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ให้นายพิเศษพงค์จำเลยเช่าที่ดินเลขที่ 148มีกำหนด 12 ปี ผู้เช่าจะต้องสร้างอาคารพานิช 4 ห้อง เมื่อปลูกเสร็จแล้วกรรมสิทธิ์ในอาคารตกเป็นของผู้ให้เช่าทันที สัญญาเช่าสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2505 ขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกจากอาคาร และเรียกค่าเสียหาย ฯลฯจำเลยให้การว่า สัญญาท้ายฟ้องข้อ 5 ผู้ให้เช่ายอมให้จำเลยผู้เช่าให้บุคคลอื่นเช่าช่วงได้ ผู้เช่าช่วงตามกฎหมายถือว่ารับผิดต่อผู้ให้เช่าโดยตรง ฯลฯระหว่างพิจารณา

โจทก์ยื่นคำร้องให้ศาลเรียกผู้ที่เช่าห้องต่าง ๆ รวมทั้งนายตวง แซ่เบ๊ ซึ่งเช่าตึกเลขที่ 95/3 เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต แต่ผู้เช่าเหล่านี้เว้นแต่นายตวงได้ทำสัญญายอมความกับโจทก์ และโจทก์ถอนฟ้องไปแล้วนายตวงจำเลยร่วมให้การว่า ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์จำเลยร่วมใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน จำเลยไม่ได้บอกเลิกการเช่า จำเลยมีสิทธิให้จำเลยร่วมเช่าได้ตามสัญญาท้ายฟ้อง โจทก์แถลงว่า สำหรับนายพิเศษพงศ์จำเลย โจทก์ไม่ติดใจสืบพยานคงติดใจดำเนินคดีเฉพาะนายตวงจำเลยร่วมและเฉพาะในข้อขับไล่เท่านั้นศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยาน เห็นว่า การที่จำเลยให้นายตวงจำเลยร่วมเช่าอาคาร

ไม่ใช่เรื่องเช่าช่วง พิพากษาให้ขับไล่นายตวงจำเลยร่วมออกจากอาคารเลขที่ 95/3 และห้ามเกี่ยวข้องกับอาคารนี้ คดีสำหรับนายพิเศษพงษ์จำเลยให้ยกฟ้องจำเลยร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การเช่าช่วง จำเลยร่วมเป็นการเช่าช่วงที่โจทก์ยินยอม ผู้เช่าช่วงมิได้เป็นบริวารของผู้เช่า เป็นเรื่องที่จะต้องสืบพยานต่อไป พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการสืบพยานใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า แม้สัญญานี้จะเรียกชื่อว่าสัญญาเช่าที่ดินก็จริง แต่ความมุ่งหมายในการทำสัญญาเช่า คู่สัญญามีเจตนาที่จะให้ผู้เช่าทำการปลูกสร้างอาคารบนที่ดิน (สัญญาข้อ1) เมื่อปลูกเสร็จแล้วให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่าทันที (สัญญาข้อ 10) และในสัญญาข้อ 5 มีข้อความว่า

"ห้ามมิให้ผู้เช่าเอาที่ดินไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วง ฯลฯ ผู้เช่าย่อมมีสิทธิที่จะอยู่อาศัยหรือทำการค้าหรือให้บุคคลอื่นเช่าช่วงในอาคารที่ปลูกสร้างลงในที่ดินเสมอ" ข้อสัญญาที่ให้อาคารซึ่งปลูกสร้างขึ้นตกเป็นของโจทก์และโจทก์ยอมให้จำเลยให้เช่าช่วงอาคารนั้น ย่อมแสดงว่าสัญญาเช่านี้แท้จริงเป็นสัญญาให้เช่าที่ดินรวมทั้งอาคารที่ตกเป็นของโจทก์ตามสัญญาข้อ 10 นั้นด้วย ฉะนั้นที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีสิทธิให้เช่าได้เฉพาะที่ดินที่ปลูกตึกจึงขัดกับความในสัญญาข้อ 5 ที่ห้ามมิให้เช่าช่วงที่ดิน แต่ยอมให้เช่าช่วงอาคารได้ นายตวงจำเลยร่วมผู้เช่าช่วงอาคารโดยชอบจึงหาได้อยู่ในฐานะบริวารหรือผู้อาศัยของจำเลยไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้จำเลยร่วมมีข้อต่อสู้ที่จะคงอยู่ในอาคารนี้ประการใด ก็เป็นเรื่องที่จะต้องฟังคำพยานของคู่ความต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร หุตะโกวิท · จิตติ ติงศภัทิย์ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4979/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยซื้อจากจำเลยแล้วจำเลยทำสัญญาเช่า แต่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าจึงบอกเลิกการเช่า ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าและส่งมอบที่พิพาทคืน จำเลยให้การตอนแรกว่า ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีหน้าที่จะต้องชำระค่าระวางเรือค่าเรือเสียเวลา ค่านายหน้า และค่าป่วยการต่าง ๆ ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าเรือทั้งสิ้นเท่าไร จำเลยได้ชำระให้โจทก์แล้วเป็นเงินเท่าไร และยังคงต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2535

การฟ้องคดีฐานละเมิดอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกรณีที่มีสัญญาและไม่มีสัญญาต่อกันแล้วแต่ว่าการกระทำละเมิดเกิดจากเหตุและกรณีใดเป็นรายกรณีไป โดยอาศัยพฤติการณ์แห่งคดีเป็นหลัก และผู้ที่มีสิทธิฟ้อง นั้นต้องเป็นผู้เสี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 107/2534

แม้ทรัพย์สินที่ให้เช่าจะมิใช่ทรัพย์สินของโจทก์ แต่เมื่อจำเลยยอมทำสัญญาเช่ากับโจทก์แล้ว ทั้งสองฝ่ายย่อมต้องผูกพันตามสัญญา เมื่อจำเลยผิดสัญญา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย การที่กรรมการบริษัทพ.จะมีมติให้โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2522

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค จำเลยให้การว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้บุตรจำเลยนำไปชำระค่าโอนสิทธิการเช่าตึกแถวจากธ. ในฐานะส่วนตัวและในฐานะ ธ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างโจทก์ แล้ว ธ. และโจทก์ผิดสัญญาไม่ขนย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้