Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59012)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้แม้ความผิดฐานมีและพาอาวุธปืน ศาลอุทธรณ์จะแก้ไขมากโดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้ก็ตาม แต่ก็เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี และศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากอยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 37)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376,91,32,33 ฯลฯ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 1 ปี ปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่ชุมนุมชน จำคุก 6 เดือนปรับ 3,500 บาท ฐานยิงปืนในหมู่บ้านที่ชุมนุมชน ปรับ 500 บาท รวมลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน ปรับ 5,000บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แล้วจำเลยมีผู้รับรองความประพฤติน่าเชื่อถือได้และไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับในความผิดฐานมีอาวุธปืนส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี สถานเดียว จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน รวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนและฐานยิงปืนที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นจำคุก 1 ปี ปรับ250 บาท ไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 32)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะแก้ไขมากดังที่จำเลยกล่าวอ้างก็ตาม แต่ฎีกาของจำเลยซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 212/2532พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรีโจทก์นายเชิดหรือวัน เสนาลายจำเลยนายเชิดหรือวัน เสนาลาย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้แม้ความผิดฐานมีและพาอาวุธปืน ศาลอุทธรณ์จะแก้ไขมากโดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้ก็ตาม แต่ก็เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี และศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากอยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 37)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376,91,32,33 ฯลฯ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 1 ปี ปรับ 6,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่ชุมนุมชน จำคุก 6 เดือนปรับ 3,500 บาท

ฐานยิงปืนในหมู่บ้านที่ชุมนุมชน ปรับ 500 บาท รวมลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน ปรับ 5,000บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แล้วจำเลยมีผู้รับรองความประพฤติน่าเชื่อถือได้และไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับในความผิดฐานมีอาวุธปืนส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี สถานเดียว จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน รวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนและฐานยิงปืนที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นจำคุก 1 ปี ปรับ250 บาท ไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 32)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะแก้ไขมากดังที่จำเลยกล่าวอ้างก็ตาม แต่ฎีกาของจำเลยซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้