คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 1,030,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15ต่อปี ของต้นเงิน 800,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การต่อสู้คดีและขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2536 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "... ปัญหาตามฎีกาจำเลยข้อต่อไปที่ว่า โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบ เพราะโจทก์ให้นางสาวอัญชลี อุทัยรัตน์ ทนายโจทก์บอกกล่าว การบอกกล่าวของนางสาวอัญชลีมิได้มีการแต่งตั้งหรือมอบอำนาจเป็นหนังสือตามกฎหมายการบอกกล่าวบังคับจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 ระบุบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ
ดังนั้น การบอกกล่าวบังคับจำนองจึงเป็นแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ การตั้งตัวแทนในลักษณะนี้จึงต้องแต่งตั้งเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 เมื่อโจทก์มิได้แต่งตั้งหรือมอบอำนาจให้นางสาวอัญชลีบอกกล่าวบังคับจำนองเป็นหนังสือ การบอกกล่าวบังคับจำนองครั้งนี้จึงไม่ชอบ ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 เพราะไม่ทำตามแบบที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ให้สัตยาบันการบอกกล่าวบังคับจำนองของนางสาวอัญชลีแล้วจึงไม่ชอบ เพราะโมฆะไม่อาจให้สัตยาบันกันได้นั้นเห็นว่า การบอกกล่าวบังคับจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 บังคับให้ทำเป็นหนังสือเท่านั้นมิได้กำหนดเป็นแบบไว้แต่อย่างไร การที่นางสาวอัญชลีบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยโดยโจทก์ผู้มอบอำนาจให้นางสาวอัญชลีบอกกล่าวบังคับจำนองมิได้ทำเป็นหนังสือแต่การบอกกล่าวบังคับจำนองของนางสาวอัญชลีก็ทำในนามของโจทก์
เมื่อต่อมาโจทก์ได้แต่งตั้งนางสาวอัญชลีเป็นทนายฟ้องร้องบังคับจำนองต่อจำเลย และโจทก์เบิกความยืนยันการมอบอำนาจให้นางสาวอัญชลีบอกกล่าวบังคับจำนองต่อจำเลย ถือได้ว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันการบอกกล่าวบังคับจำนองให้จำเลยทราบ การบอกกล่าวบังคับจำนองของโจทก์เป็นไปโดยชอบ มิได้ตกเป็นโมฆะดังจำเลยฎีกา ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน