คำฟ้องและคำให้การ
ทางพิจารณาปรากฎว่าจำเลยเช่าที่ดินของเขาปลูกโรงสีไฟ ครั้นต่อมาจำเลยได้นำโรงสีไฟนี้ไปจำนองกับผู้ร้อง แต่ทำหนังสือสัญญากันเอง และนายอำเภอเซ็นชื่อรับรู้ไว้ในสัญญากับรักษาสัญญานั้นไว้ด้วย ๑ ฉะบับ ดังนี้ ปัญหามีว่าผู้ร้องจะมีบุริมสิทธิหรือไม่ ศาลเดิมให้ยกคำร้องเสีย ศาลอุทธรณ์ยืน แต่อ้างเหตุว่าโรงสีเปนสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ส่วนควบของที่ดินตามประมวลแพ่ง ม.๑๐๙ แต่สัญญาทำไม่ถูกกฎหมายตามประมวลแพ่ง ม.๗๑๔ ให้ยกคำร้องเสีย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าโรงสีเปนอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลแพ่ง ม.๑๐๐ การที่ให้นายอำเภอเซ็นรับรู้แลรักษาสัญญาไว้ ไม่เรียกว่าจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่อันถูกต้องตามกฎหมาย ตามประมวลแพ่ง ม.๗๑๔ ผู้ร้องไม่มีบุริมสิทธิ ให้ยกคำร้องเสีย