Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5914/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522มาตรา4คำว่า"ผลิต"หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วยดังนั้นการที่จำเลยนำเฮโรอีนมาแบ่งบรรจุหลอดพลาสติกจึงเป็นการผลิตเฮโรอีนตามความหมายของมาตรา4แล้ว เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนให้จำเลยทราบตั้งแต่ชั้นจับกุมซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งขบวนการสอบสวนจำเลยแล้วแม้พนักงานสอบสวนมิได้เบิกความถึงการแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนก็ตามแต่จำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพเช่นเดียวกันกับในชั้นจับกุมเฮโรอีนที่จับได้ก็เป็นจำนวนเดียวกันจึงถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานนี้แล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องศาลลงโทษจำเลยฐานผลิตเฮโรอีนตามมาตรา65ได้ วันแรกที่ศาลชั้นต้นได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังและสอบคำให้การจำเลยนั้นศาลได้สอบถามเรื่องทนายความแล้วจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องและแถลงว่าไม่ต้องการทนายความในสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยซักค้านพยานโจทก์หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นใดที่ต้องอาศัยทนายความและยังแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยานจำเลยเพิ่งมาโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าศาลชั้นต้นต้องตั้งทนายความให้จำเลยดังนี้ต้องถือว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ขัดต่อมาตรา173

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยได้บังอาจผลิตโดยแบ่งเฮโรอีนบรรจุหลอดเครื่องดื่มและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาตคำว่า"เพื่อจำหน่าย"นั้นโจทก์มุ่งถึงข้อหามีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองมิใช่ข้อหาผลิตเฮโรอีนดังนั้นจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์บรรยายฟ้องข้อหาผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายมาแล้วในฟ้อง เฮโรอีนที่จำเลยผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกันการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา90โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ผลิตโดยแบ่งเฮโรอีนบรรจุหลอดดูดเครื่องดื่มและมีเฮโรอีนบรรจุหลอดดูดเครื่องดื่มจำนวน 2 หลอดน้ำหนัก 0.09 กรัม

บรรจุหลอดพลาสติก (ขวดพลาสติก) จำนวน 1 ขวดน้ำหนัก 0.29 กรัม ห่อด้วยกระดาษ 1 ห่อ น้ำหนัก 0.04 กรัมรวมน้ำหนักทั้งสิ้น 0.42 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และจำเลยได้จำหน่ายเฮโรอีนที่ครอบครองดังกล่าวจำนวน 2 หลอด น้ำหนัก 0.09 กรัม ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อเป็นเงิน200 บาท โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 67, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 49, 91 ริบหลอดดูดเครื่องดื่ม1 หลอด กรรไกร 1 เล่ม ไฟแช็ก 1 อันของกลาง และสั่งห้ามจำเลยเสพยาเสพติดให้โทษต่อไปด้วยจำเลย ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี ริบหลอดดูดเครื่องดื่ม1 หลอด กรรไกร 1 เล่ม ไฟแช็ก 1 อัน ส่วนที่โจทก์ขอให้สั่งห้ามจำเลยเสพยาเสพติดให้โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 49 นั้นเห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 98ได้บัญญัติวิธีการบำบัดรักษาไว้แล้ว ไม่สมควรที่จะสั่งห้ามจึงให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อนี้โจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคหนึ่งให้จำคุกตลอดชีวิต

จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53คงจำคุก 25 ปี รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วคงจำคุกจำเลยมีกำหนด 30 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ และ จำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าจะลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 65 ฐานผลิตเฮโรอีนได้หรือไม่ เห็นว่าในพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 4 ได้บัญญัติคำนิยามคำว่า "ผลิต"ให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุด้วย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยนำเฮโรอีนมาแบ่งบรรจุหลอดพลาสติกจึงเป็นการผลิตเฮโรอีนตามความหมายของคำว่า "ผลิต" แล้ว ส่วนปัญหาว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหานี้หรือไม่นั้น ปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจโทธวัชชัย อยู่มาก เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยได้พร้อมของกลาง พยานโจทก์ว่าได้แจ้งข้อหาแก่จำเลยว่ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่าย และผลิตจำเลยให้การรับสารภาพทุกข้อหา ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย

จ.4เห็นได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนให้จำเลยทราบแล้วตั้งแต่ชั้นจับกุม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งขบวนการสอบสวนจำเลย และจำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพทั้งเฮโรอีนที่จับได้เป็นของกลางก็เป็นจำนวนเดียวกันกับที่แจ้งข้อหาแก่จำเลยในชั้นสอบสวนว่ามีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้ร้อยตำรวจเอกคนอง ไข่ทาเจ้าพนักงานตำรวจผู้ทำการสอบสวนจำเลยจะมิได้เบิกความถึงการแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนก็ตาม แต่จำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพเช่นเดียวกันกับในชั้นจับกุม จึงถือได้ว่าได้มีการสอบสวนในความผิดฐานนี้แล้ว และโจทก์มีอำนาจฟ้อง ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดตามมาตรา 65 ได้ สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่า คดีนี้มีโทษตามกฎหมายถึงประหารชีวิต

ศาลจึงต้องตั้งทนายความให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 นั้น เห็นว่า ศาลได้สอบถามเรื่องทนายความแล้วแต่จำเลยแถลงว่าไม่ต้องการทนายความ และขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ดังปรากฏในคำให้การจำเลย และรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 1 กันยายน 2537 อันเป็นวันแรกที่ศาลชั้นต้นได้อ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังและสอบคำให้การจำเลยทั้งในสำนวนไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ซักค้านพยานโจทก์หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นใดต้องอาศัยทนายความและจำเลยยังได้แถลงต่อศาลด้วยว่าไม่ติดใจสืบพยานจำเลยจนกระทั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาคดีนี้จำเลยเพิ่งจะหยิบยกขึ้นโต้แย้งในชั้นฎีกา จึงเห็นว่าข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้น และศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ขัดต่อมาตรา 173 ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้นมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า

คำฟ้องได้บรรยายข้อหาผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายไว้โดยชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ในฟ้องข้อ 1 ก.โจทก์บรรยายข้อหานี้แต่เพียงว่าจำเลยได้บังอาจผลิตโดยแบ่งเฮโรอีนบรรจุหลอดเครื่องดื่มและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต เห็นว่า คำว่าเพื่อจำหน่ายนั้นโจทก์ได้บรรยายมุ่งถึงข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง มิใช่ข้อหาผลิตเฮโรอีนทั้งในฟ้องข้อ 2 ก็ได้บรรยายย้ำว่า เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดส่วนหนึ่งของเฮโรอีนที่จำเลยผลิต และมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเหลือจากการจำหน่ายด้วย จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยโดยได้บรรยายข้อหาผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายมาแล้วในฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ลงโทษจำเลยข้อหานี้ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นแต่เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องและข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการนำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว

ปรากฏว่าเฮโรอีนที่จำเลยผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกันการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลย ซึ่งในกรณีนี้ระหว่างมาตรา 65 วรรคหนึ่งกับมาตรา 66 วรรคหนึ่ง นั้น มาตรา 65 วรรคหนึ่งมีโทษหนักกว่า"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตเฮโรอีน และฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคหนึ่งและมาตรา 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดสำหรับความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน 2 ปี 6 เดือนแล้ว คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 27 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้