Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5917/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามทางนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองได้ความเพียงว่ามีการลงข้อความในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ตามฟ้องเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของและเป็นนิติบุคคลรู้เห็นหรือร่วมดำเนินการในการลงพิมพ์ข้อความดังกล่าว ทั้งกิจการหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 2 แบ่งโครงสร้างด้านฝ่ายข่าวและด้านบริหารแยกต่างหากจากกัน โดยบรรณาธิการจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านฝ่ายข่าว ส่วนฝ่ายบริหารจะดูแลทางด้านธุรกิจและการตลาด ไม่แทรกแซงก้าวก่ายซึ่งกันและกัน จำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการลงพิมพ์ตามฟ้อง ดังนี้ การที่จะให้จำเลยที่ 2 รับผิดในทางอาญาจะต้องได้ความว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำการอันใดอันหนึ่งซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด เมื่อโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใส่ความหรือมีส่วนร่วมในการใส่ความโจทก์ร่วมทั้งสอง การที่จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ จะให้ถือว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดด้วยหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 83, 33, 32 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ริบของกลาง ยึดทำลายหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 16 ธันวาคม 2546 ทั้งหมด และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และหนังสือพิมพ์อื่นหลายฉบับเป็นจำนวนหลายครั้งติดต่อกันโดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตโดยให้เรียกพลตำรวจเอกสันต์ ว่า โจทก์ร่วมที่ 1และเรียกคุณหญิงเกิดศิริ ว่า โจทก์ร่วมที่ 2

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328, 83 ประกอบพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 วรรคสอง ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน ปรับ 30,000 บาทและลงโทษปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 60,000 บาท ตามฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน รวมทั้งได้ความว่าจำเลยที่ 1 พยายามบรรเทาผลเสียหายจากการกระทำผิดโดยลงโฆษณาข้อความขออภัยโจทก์ร่วมทั้งสองทางหนังสือพิมพ์ไปแล้วบางส่วน นับว่าสำนึกในการกระทำผิด มีเหตุอันควรปรานี จึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ริบของกลางและให้ยึดทำลายหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 16 ธันวาคม 2546 ที่มีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาแต่โดยย่อให้ได้ใจความครบถ้วนตามที่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อนลงพิมพ์ทางหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์รายวัน และหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับละ 3 ครั้ง ติดต่อกันโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 332 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลฎีกามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองว่า จำเลยที่ 2กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาหรือไม่ เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองได้ความเพียงว่ามีการลงข้อความในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ตามฟ้องเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของและเป็นนิติบุคคลรู้เห็นหรือร่วมดำเนินการในการลงพิมพ์ข้อความดังกล่าว ทั้งจำเลยที่ 2 มีนางกรรณิกา กรรมการจำเลยที่ 2 เบิกความว่า กิจการหนังสือพิมพ์แบ่งโครงสร้างด้านฝ่ายข่าวและด้านบริหารแยกต่างหากจากกัน โดยบรรณาธิการจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านฝ่ายข่าว ส่วนฝ่ายบริหารจะดูแลทางด้านธุรกิจและการตลาด ไม่แทรกแซงก้าวก่ายซึ่งกันและกัน จำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการลงพิมพ์ตามฟ้อง

ดังนี้ การที่จะให้จำเลยที่ 2 รับผิดในทางอาญาจะต้องได้ความว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำการอันใดอันหนึ่งซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด เมื่อโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใส่ความหรือมีส่วนร่วมในการใส่ความโจทก์ร่วมทั้งสอง การที่จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ จะให้ถือว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดด้วยหาได้ไม่ ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองที่ว่า การลงพิมพ์ข้อความพาดหัวข่าวที่หน้าหนึ่งใส่ความโจทก์ร่วมทั้งสองตามฟ้องเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กรองเกียรติ คมสัน · อิสสระ นิ่มละมัย · ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
ศาลล่าง
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายเกียรติคุณ แม้นเลขา
ศาลอุทธรณ์ - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2155/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ3795/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3790/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 321/2568

การที่จำเลยติดตั้งแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ มีภาพโจทก์ร่วม ส. และ บ. พร้อมมีข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์ร่วม โดยติดตั้งแผ่นป้ายไวนิลทั้งสองแผ่นริมถนนสาธารณะสายพิษณุโลก - หล่มสัก ซึ่งมีผู้ใช้เส้นทางสัญจรจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2567

จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของจำเลยรวม 9 ครั้ง ต่างวันเวลากัน แต่ละครั้งของการโพสต์ข้อความมีการแสดงความคิดเห็นโต้ตอบและแสดงข้อเท็จจริงกับบุคคลอื่นที่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นของแต่ละการโพสต์ข้อความเป็นส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2567

การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 นั้น ผู้กระทำความผิดต้องมีเจตนาใส่ความผู้อื่นในลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้