Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 591712)

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ที่ค้างชำระและขอให้ปฏิบัติตามสัญญาให้ทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดู ส่วนจำเลยให้การว่า สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆียะ เนื่องจากจำเลยถูกข่มขู่ให้ทำสัญญาและได้บอกเลิกสัญญาแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรผู้เยาว์ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์ตามสัญญาคืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อและคืนสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาให้แก่จำเลยนั้น เป็นกรณีที่ต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องความสมบูรณ์แห่งนิติกรรม ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับตาม ป.พ.พ. บรรพ 1 ลักษณะ 4 ว่าด้วยนิติกรรม แม้ข้อตกลงในสัญญาจะเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแต่จำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรจึงไม่มีประเด็นเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ หรือความสัมพันธ์ระหว่างสามี บิดามารดาและบุตรตาม ป.พ.พ. บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว ข้อพิพาทตามคำฟ้องจึงเป็นกรณีขอให้บังคับชำระหนี้ที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ หรือให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาให้ทรัพย์สินฯ และค่าอุปการะเลี้ยงดูเพื่อประสงค์จะระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไปด้วยยอมผ่อนผันให้แก่กันระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสอันมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งต้องอยู่ภายใต้บังคับตามป.พ.พ. บรรพ 2 ลักษณะ 1 ว่าด้วยหนี้ และบรรพ 3 ลักษณะ 17 ว่าด้วยประนีประนอมยอมความ สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยก็เป็นฟ้องที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาให้ทรัพย์สินฯ ตามฟ้อง ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 5 เช่นกัน ฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งจึงไม่ใช่คดีครอบครัว ตาม พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10 (3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยแต่งงานตามประเพณีไทยโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรร่วมกัน 1 คน ชื่อเด็กหญิง ว. ต่อมาโจทก์กับจำเลยเลิกร้างกันเนื่องจากไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ และได้ทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินและการปกครองบุตรไว้ตามสัญญาให้ทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดู แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญายังค้างชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ ค่าเล่าเรียนบุตรและหนี้ที่จำเลยรับว่าจะชำระแทนโจทก์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,394,521 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี เนื่องจากมูลเหตุแห่งคดีเป็นเรื่องผิดสัญญาให้ทรัพย์สินและเรียกค่าสินไหมทดแทน สัญญาให้ทรัพย์สินท้ายคำฟ้องเป็นโมฆียะ เพราะขณะทำสัญญาจำเลยถูกโจทก์ข่มขู่และจำเลยบอกเลิกสัญญาอันเป็นโมฆียะกรรมแล้ว สัญญาจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยมิได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรจึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดู ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม รถยนต์ทรัพย์รายที่ 6 ตามสัญญาให้ทรัพย์สินฯ เอกสารท้ายฟ้อง โจทก์เป็นผู้ครอบครอง เมื่อสัญญาให้ทรัพย์สินตกเป็นโมฆะ จึงขอให้บังคับโจทก์คืนรถยนต์คันดังกล่าวแก่ผู้ให้เช่าซื้อ และคืนสิ่งปลูกสร้างในสัญญาข้อ 1 และ 2 แก่จำเลย

หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ในชั้นตรวจคำให้การ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานีเห็นว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งสำนวนให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ที่ค้างชำระและขอให้ปฏิบัติตามสัญญาให้ทรัพย์สิน ฯ ส่วนจำเลยให้การว่า สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆียะ เนื่องจากจำเลยถูกข่มขู่ให้ทำสัญญาและได้บอกเลิกสัญญาแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรผู้เยาว์ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร

ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์ตามสัญญาคืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อและคืนสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาให้แก่จำเลยนั้น เป็นกรณีที่ต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องความสมบูรณ์แห่งนิติกรรม ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 1 ลักษณะ 4 ว่าด้วยนิติกรรม แม้ข้อตกลงในสัญญาจะเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแต่จำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรจึงไม่มีประเด็นเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ หรือความสัมพันธ์ระหว่างสามี ภริยา บิดามารดาและบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว ข้อพิพาทตามคำฟ้องจึงเป็นกรณีขอให้บังคับชำระหนี้ที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ หรือให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาให้ทรัพย์สินฯ และค่าอุปการะเลี้ยงดูเพื่อประสงค์จะระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไปด้วยยอมผ่อนผันให้แก่กันระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสอันมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งต้องอยู่ภายใต้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บรรพ 2 ลักษณะ 1 ว่าด้วยหนี้และบรรพ 3 ลักษณะ 17 ว่าด้วยประนีประนอมยอมความ สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยก็เป็นฟ้องที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาให้ทรัพย์สินฯ ตามฟ้องซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เช่นกัน ฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งจึงไม่ใช่คดีครอบครัว ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10 (3) วินิจฉัยว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว วินิจฉัย ณ วันที่ 14 เดือน ธันวาคม พุทธศักราช 2558 (ลงชื่อ) ดิเรก อิงคนินันท์ (นายดิเรก อิงคนินันท์) ประธานศาลฎีกา()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2562

แม้ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จะบัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 24 ศาลเยาวชนและครอบครัวต้องมีผู้พิพากษาไม่น้อยกว่าสองคน และผู้พิพากษาสมทบอีก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 603220)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าหุ้นพิพาทเป็นของโจทก์และ ป. ผู้ตายซึ่งใส่ชื่อจำเลยทั้งสองไว้แทน และขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นกลับมาเป็นของโจทก์และผู้ตายเพื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกจะนำไปแบ่งปันให้แก่ทายาทของผู้ต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 596145)

การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันให้นำเงินที่ได้จากการประกอบกิจการของจำเลยที่ 1 จ่ายเป็นค่าเลี้ยงดูแก่โจทก์เมื่อโจทก์มีอายุมากและไม่มีรายได้ ตามคำสั่งของบิดาซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 603178)

ตามคำฟ้องสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ โจทก์อ้างว่าเงินช่วยงานแต่งงานเป็นสินสมรสที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้มาภายหลังที่จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายเก็บไว้ โจทก์จึงขอแบ่งเงินจากจำเลยที่ 1 ก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 596144)

คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนความเสียหายจากจำเลยทั้งสองโดยอ้างเหตุว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดารู้เห็นยินยอม กรณีเป็นการฟ้องเรียกค่าทดแทนจา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้