Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59225)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขออนาถาพยานผู้ขอประกอบกับโจทก์ไม่นำพยานมาสืบหักล้างข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ขอมีรายได้จากการค้าขายเดือนละ 3,000-6,000 บาทแต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเป็นเงินเพียง 1,602.50 บาท ทั้งปรากฏว่าผู้ขอได้ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาครั้งหนึ่งแล้ว ผู้ขอไม่ติดใจไต่สวนคำร้อง นำเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลแล้ว แสดงให้เห็นว่าผู้ขอยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลผู้ขอมิได้ยากจนจริง ให้ยกคำร้องของผู้ขอเสียจำเลยเห็นว่า ในชั้นอุทธรณ์นั้น จำเลยยังมีเงินพอที่จะมาวางศาลได้ แต่ปัจจุบันนี้จำเลยเป็นคนยากจนจริง ไม่มีความสามารถหาเงินได้อย่างแต่ก่อน การค้าของจำเลยกับสามีล้มเหลวต้องถูกเจ้าหนี้ฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาหลายคดี ตัวจำเลยเองก็ถูกจำคุกมาแล้วหากจำเลยมีเงินก็คงไม่ต้องถูกจำคุก ที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีรายได้จากการค้าขายเดือนละ 3,000-6,000 บาทนั้น ความจริงเป็นเงินได้ที่ยังไม่ได้หักต้นทุน ซึ่งเมื่อหักต้นทุนออกแล้วก็จะได้กำไรวันละไม่กี่บาทไม่พอกับค่าใช้จ่าย นอกจากนี้จำเลยและสามียังต้องส่งเสียให้การศึกษาบุตรอีก 3 คน ซึ่งคนโตเรียนที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นต้องใช้เงินจำนวนมาก อีกทั้งคดีนี้โจทก์มิได้นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้าง คดีย่อมฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบมาว่าจำเลยเป็นคนยากจนจริงโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 70)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 64,065 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวน60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 55,54,65)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามทางไต่สวน ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1145/2532นางสุมิตตรา แซ่เตียโจทก์นางมุ้ยเอ็ง แซ่ตังจำเลยนางมุ้ยเอ็ง แซ่ตัง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขออนาถาพยานผู้ขอประกอบกับโจทก์ไม่นำพยานมาสืบหักล้างข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ขอมีรายได้จากการค้าขายเดือนละ 3,000-6,000 บาทแต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเป็นเงินเพียง 1,602.50 บาท ทั้งปรากฏว่าผู้ขอได้ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาครั้งหนึ่งแล้ว ผู้ขอไม่ติดใจไต่สวนคำร้อง นำเงินค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลแล้ว แสดงให้เห็นว่าผู้ขอยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลผู้ขอมิได้ยากจนจริง ให้ยกคำร้องของผู้ขอเสียจำเลยเห็นว่า ในชั้นอุทธรณ์นั้น จำเลยยังมีเงินพอที่จะมาวางศาลได้ แต่ปัจจุบันนี้จำเลยเป็นคนยากจนจริง

ไม่มีความสามารถหาเงินได้อย่างแต่ก่อน การค้าของจำเลยกับสามีล้มเหลวต้องถูกเจ้าหนี้ฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาหลายคดี ตัวจำเลยเองก็ถูกจำคุกมาแล้วหากจำเลยมีเงินก็คงไม่ต้องถูกจำคุก ที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีรายได้จากการค้าขายเดือนละ 3,000-6,000 บาทนั้น ความจริงเป็นเงินได้ที่ยังไม่ได้หักต้นทุน ซึ่งเมื่อหักต้นทุนออกแล้วก็จะได้กำไรวันละไม่กี่บาทไม่พอกับค่าใช้จ่าย นอกจากนี้จำเลยและสามียังต้องส่งเสียให้การศึกษาบุตรอีก 3 คน ซึ่งคนโตเรียนที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นต้องใช้เงินจำนวนมาก อีกทั้งคดีนี้โจทก์มิได้นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้าง คดีย่อมฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบมาว่าจำเลยเป็นคนยากจนจริงโปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 70)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 64,065 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวน60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 55,54,65)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามทางไต่สวน ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้