Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5929/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุแถบ บันทึกภาพ (วีดีโอ เทป) ภาพยนตร์มีชื่อภาษาไทยว่า คิงคอง ภาค 2 ของบริษัทอินเตอร์คอนติเนนตัลฟิล์มดิสตริบิวเตอร์ส์ (ฮ่องกง) จำกัดผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคล เป็นงานมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายฮ่องกง ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์และประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย กฎหมายของประเทศฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าวเป็นคำบรรยายฟ้องที่มีข้อความสำคัญแสดงให้เห็นว่า แถบ บันทึกภาพยนตร์ของผู้เสียหายตามฟ้องเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตาม มาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการบรรยายฟ้องแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา4, 13, 25, 27, 42, 43, 44, 47, 49 พระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2526 มาตรา 3, 4และให้ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ กับจ่ายค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาแก่เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13, 27, 42, 44 วรรคสองพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศพ.ศ. 2526 มาตรา 3, 4 ให้ลงโทษปรับจำเลย 10,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ให้วีดีโอเทปของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และให้จ่ายค่าปรับแก่เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ของกลางคืนเจ้าของโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2530เวลาประมาณ 16.20 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยาจับกุมจำเลยในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าพร้อมยึดของกลางม้วนเทปวีดีโอเรื่องคิงคองภาค 2 จำนวน 3 ม้วน และสมุดรายชื่อผู้เช่าวีดีโอ 1 เล่ม เป็นของกลางและวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุแถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) ภาพยนตร์มีชื่อภาษาไทยว่า คิงคองภาค 2 ของบริษัทอินเตอร์คอนติเนนตัลฟิล์มดิสตริบิวเตอร์ส(ฮ่องกง) จำกัด ผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคล อันเป็นงานลิขสิทธิ์ตามกฎหมายฮ่องกงซึ่งเป็นประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ และประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และกฎหมายของประเทศฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น

ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว คำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวมีข้อความสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า แถบบันทึกภาพภาพยนตร์ของผู้เสียหายตามฟ้องเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ซึ่งบัญญัติว่า งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และกฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆแห่งอนุสัญญาดังกล่าว หรืองานอันมีลิขสิทธิ์ขององค์การระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วยย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น ข้อความดังกล่าวที่โจทก์บรรยายในฟ้องจึงเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการฟ้องคดีอาญาในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความเช่นนั้น จึงจะลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ แต่สำหรับการนำสืบข้อเท็จจริงและรายละเอียดดังกล่าว โจทก์มีร้อยตำรวจตรีอดิศักดิ์ เทพวรรณ์ พนักงานสอบสวนเบิกความเพียงว่า ฮ่องกงไม่ได้เป็นประเทศและมิได้มีรายชื่อเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมทำที่กระเบอร์น เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1886 แต่ฮ่องกงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ และประเทศอังกฤษเป็นภาคีในอนุสัญญาดังกล่าว ประเทศอังกฤษให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ในประเทศไทยด้วยคำเบิกความของพยานโจทก์ปากนี้เป็นการกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอยเพราะโจทก์มิได้ส่งอ้างเอกสารเกี่ยวกับเรื่องนี้สนับสนุนแต่ประการใด

ทั้งคำเบิกความดังกล่าวก็ไม่สอดคล้องกับคำฟ้องของโจทก์เพราะคำฟ้องของโจทก์ระบุชัดว่าฮ่องกงเป็นประเทศที่เป็นภาคีในอนุสัญญาดังกล่าว คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะให้ฟังได้ว่ากฎหมายของประเทศฮ่องกงตามฟ้องหรือของประเทศอังกฤษตามที่พยานโจทก์เบิกความให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ประเภทโสตทัศนวัสดุแถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) ภาพยนตร์ของประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าว จึงฟังไม่ได้ว่าลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามฟ้องได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยจึงลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2531

คดีความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า ภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3895/2535

แม้โจทก์จะมิได้กล่าวในฟ้องว่ากฎหมายของเมืองฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทย แต่โจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้วว่ากฎหมายของประเทศอังกฤษซึ่งใช้บังคับไปถึงเมืองฮ่องกงซึ่งเป็นอาณานิคมให้คว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5429/2533

คดีความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนิติบุคคลในเมืองฮ่องกงอันเป็นดินแดนในอารักขาของประเทศสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2541

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวัสดุโทรทัศน์ได้ร่วมกันมีวิดีโอเทปภาพยนตร์เรื่องมังกรหยกจำนวน 12 ม้วน ซึ่งจำเลยกับพวกร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2535

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางตรงตามมาตรา 24 และละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางอ้อมตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ฯ มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้