Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59321)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 อันจะเป็นความผิดฐานร่วมกันบุกรุกหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365(1)(2) และมาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 42)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่า คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1มีมูลตามฟ้อง ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ 1 เป็นอันเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 ฎีกาของโจทก์มีใจความว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 ตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาถือได้ว่าเป็นการร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1260/2532นายชีวิยุทธ เผือกสำลีโจทก์นายวีระศักดิ์ กิตติภาณุกุล กับพวกจำเลยนายชีวิยุทธ เผือกสำลี โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 170, ม. 217ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 อันจะเป็นความผิดฐานร่วมกันบุกรุกหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365(1)(2) และมาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 42)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่า คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1มีมูลตามฟ้อง ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ 1 เป็นอันเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 ฎีกาของโจทก์มีใจความว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 ตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาถือได้ว่าเป็นการร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้