Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59463)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้บัดนี้จำเลยที่ 2 ไม่ติดใจที่จะฎีกาต่อไปจึงขอถอนฎีกา (น่าจะเป็นขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา) โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,5,6,7,11,47,48,69,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา,75 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,83,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,5,6,14,31 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 31 วรรคสอง จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 60,000 บาท ฐานมีไม้ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท รวม 4 กระทง จำคุกคนละ 16 ปี ปรับคนละ 180,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 8 ปีและปรับคนละ 90,000 บาท โทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 2 ปีพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะ แล้วโทษจำคุกให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสี่ไว้มีกำหนด 3 ปี ฯลฯ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 51) จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 52) ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 59) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา แล้วจำเลยที่ 2 มายื่นคำร้องขอถอนฎีกา จึงพอแปลได้ว่าจำเลยที่ 2 ประสงค์ขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกานั่นเองจึงอนุญาตให้ถอนได้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1456/2532พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นายกลาง แก้วมี กับพวกจำเลยนายสมบัติ แก้วมี จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 198 ทวิ, ม. 202ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไว้บัดนี้จำเลยที่ 2 ไม่ติดใจที่จะฎีกาต่อไปจึงขอถอนฎีกา (น่าจะเป็นขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา) โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,5,6,7,11,47,48,69,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา,75 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,83,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,5,6,14,31 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 31 วรรคสอง จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 60,000 บาท ฐานมีไม้ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท รวม 4 กระทง จำคุกคนละ 16 ปี ปรับคนละ 180,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 8 ปีและปรับคนละ 90,000 บาท โทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 2 ปีพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะ แล้วโทษจำคุกให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสี่ไว้มีกำหนด 3 ปี ฯลฯ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 51) จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 52) ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 59) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา แล้วจำเลยที่ 2 มายื่นคำร้องขอถอนฎีกา จึงพอแปลได้ว่าจำเลยที่ 2 ประสงค์ขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกานั่นเองจึงอนุญาตให้ถอนได้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้