Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) บัญญัติไว้เพียงว่าฟ้องจะต้องอ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หาใช่บทมาตราที่ว่าการกระทำอย่างใดเป็นความผิดทางอาญาไม่ หากแต่เป็นบทมาตราที่ใช้แก่ความผิดโดยทั่ว ๆ ไปว่า เมื่อมีความผิดโดยการกระทำร่วมกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเกิดขึ้น ศาลจะต้องวางโทษบุคคลเหล่านั้นอย่างไร ฉะนั้นฟ้องโจทก์ที่บรรยายไว้แล้วว่าจำเลยทั้งสามได้สมคบกันสั่งจ่ายเช็ค เพียงแต่ไม่ได้ระบุประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงไว้ด้วย จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นฟ้องที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162(1) บัญญัติว่าถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้อง จึงเป็นหน้าที่ของศาลเอง โดยตรงที่จะจัดการสั่งให้มีการไต่สวนมูลฟ้องขึ้นเสียก่อนที่จะประทับฟ้องไว้พิจารณา ดังนั้น ในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาแม้โจทก์มิได้ขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องมาด้วย ศาลก็ย่อมสั่งและดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องไปตามกฎหมายได้ หาใช่เป็นการสั่งเกินคำขอของโจทก์ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 162 ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องความว่า จำเลยทั้งสามได้บังอาจสมคบกันสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ เงิน 300,000 บาท ลงวันที่ 27เมษายน 2517 ให้แก่นายชิต กันภัย เพื่อชำระหนี้ นายชิตได้สลักหลังเช็คโอนให้โจทก์ โจทก์ในฐานะผู้ทรงเช็คได้นำเช็คไปเข้าบัญชีของโจทก์ ณ ธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาเสาชิงช้า เพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงินและคืนเช็คมา ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น หรือออกเช็คนั้นในขณะที่ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงใช้เงินได้ หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คนั้นได้ อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา 3 ขอให้หมายเรียกจำเลยมาพิจารณา

พิพากษาลงโทษตามกฎหมายศาลชั้นต้นสั่งให้นัดไต่สวนมูลฟ้อง และเมื่อไต่สวนมูลฟ้องแล้วได้สั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี ปรับจำเลยที่ 1 สี่หมื่นบาท ลดโทษเพราะจำเลยรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3คนละ 6 เดือน ปรับจำเลยที่ 1 สองหมื่นบาทจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาด้วยนั้น เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยทั้งสามได้สมคบกันสั่งจ่ายเช็ค เพียงแต่การที่โจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาในฟ้องด้วยเท่านั้นหาทำให้ฟ้องของโจทก์บกพร่องจนศาลไม่อาจจะลงโทษจำเลยได้ไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ก็บัญญัติไว้แต่เพียงว่า ฟ้องจะต้องอ้างมาตราในกฎหมาย ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หาใช่บทมาตราที่ว่าการกระทำอย่างใดเป็นความผิดทางอาญาไม่ หากแต่เป็นบทมาตราที่ใช้แก่ความผิดโดยทั่ว ๆ ไปเท่านั้น กล่าวคือเป็นบทบัญญัติที่ว่าถึงกรณีที่เมื่อมีความผิดโดยการกระทำร่วมกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเกิดขึ้น

ศาลจะต้องวางโทษแก่บุคคลเหล่านั้นอย่างไร ฉะนั้นฟ้องของโจทก์ที่ไม่ได้ระบุประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ลงไว้ด้วย จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นฟ้องที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) แม้แต่ในคดีที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด แต่ถ้าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ก็ยังบัญญัติให้ศาลลงโทษจำเลยได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาว่า ในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา ถ้าโจทก์มิได้ขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องมาด้วย ศาลย่อมไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องไปเองโดยลำพังนั้น เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยเช่นนี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162(1)

บัญญัติว่า ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้อง ฉะนั้นการไต่สวนมูลฟ้องจึงเป็นหน้าที่ของศาลเองโดยตรงที่จะจัดการสั่งให้มีขึ้นเสียก่อนที่จะประทับฟ้องไว้พิจารณา การที่ศาลชั้นต้นในคดีนี้ได้สั่งและดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องไปจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว หาใช่เป็นการสั่งเกินคำขอของโจทก์ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2533

จำเลยนำเช็คของลูกค้าจำเลยมาขายโจทก์ ต่อมาโจทก์บอกให้จำเลยนำเงินไปชำระมิฉะนั้นจะให้เจ้าพนักงานตำรวจจัดการ จำเลยจึงไปตรวจสอบหนี้สินกับโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 496,000 บาท จำเลยได้ชำระหนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2532

โจทก์ได้บรรยายฟ้องแจ้งชัดว่าจำเลยออกเช็ค 2 ฉบับเมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามเช็คแต่ละฉบับ ศาลย่อมลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้ตาม ป.อ. มาตรา 91 แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3440/2529

โจทก์บรรยายฟ้องว่าผู้มีชื่อโอนเช็คพิพาทชำระหนี้โจทก์แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าจ.นำเช็คมาแลกเงินสดไปจากโจทก์การที่จ.นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์ถือได้ว่าเช็คที่มอบให้โจทก์นั้นจ.มอบให้เพื่อชำระหนี้เงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2503

การที่จะลงโทษจำเลยในคดีที่จำเลยรับสารภาพ ต้องอาศัยคำฟ้องการกระทำของจำเลยที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องนั้นไม่เป็นความผิด เพราะโจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยออกเช็คในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2500 ให้จ่ายเงินแก่นางจารุวรรณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2503

การกระทำความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 นั้นไม่จำต้องกระทำโดยบุคคลเพียงคนหนึ่งคนเดียว แต่บุคคลหลายคนอาจสมคบร่วมกระทำผิดด้วยกันได้ โจทก์ขอให้ล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้