Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5958/2564

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามทางไต่สวนได้ความถึงอาการบาดเจ็บของโจทก์ว่า นอกจากการรักษาโดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นแพทย์กระดูกและข้อแล้ว ยังมีขั้นตอนการรักษาหลอดเลือดที่แพทย์หลอดเลือดเข้ามารักษาอาการของโจทก์ โดยนายแพทย์ ว. ตรวจพบอาการเกิดตุ่มน้ำพองใสบริเวณขาซ้ายและข้อเท้าซ้ายมีสีคล้ำเกรงจะเกิดภาวะขาดเลือด เมื่อดำเนินการฉีดสีพบว่าเส้นเลือดที่เป็นเส้นหลักในการส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงขาซ้ายไม่ปรากฏในผลการตรวจ นายแพทย์ ว. ได้ปรึกษาผู้บริหารและปรึกษาแพทย์ทางโรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่และนายแพทย์ ก. ได้แนะนำให้ทำบายพาสด่วนโดยหาทีมแพทย์ท้องถิ่นหรือส่งต่อทางเครื่องบิน แต่นายแพทย์ ว. ส่งโจทก์ไปรักษาที่กรุงเทพมหานครด้วยรถพยาบาลของจำเลยที่ 1 โดยอ้างข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยเฮลิคอปเตอร์ว่าใช้ระยะเวลาในการประสานงาน การรอคิวว่างของเฮลิคอปเตอร์ที่ว่าต้องรออีก 2 ถึง 3 วัน การลงจอดรับผู้ป่วยต้องลงจอดที่สถานีตำรวจท้องที่นอกบริเวณโรงพยาบาลของจำเลยที่ 1 โดยไม่มีรายละเอียดถึงข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายนับเป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอยไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นเช่นนั้นตามภาระการพิสูจน์ ทั้งได้ความจากโจทก์ว่าญาติของโจทก์ขอให้เคลื่อนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 จัดให้บริการเรียกว่า SKY ICU จำเลยที่ 1 แจ้งว่าเฮลิคอปเตอร์ไม่ว่างและไม่สามารถบินกลางคืนได้ โดยจำเลยที่ 1 มิได้ถามค้านโจทก์เพื่อหักล้างสมรรถนะของเฮลิคอปเตอร์ดังที่โจทก์เบิกความ คดีย่อมฟังได้ว่า เฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 ให้บริการรับส่งผู้ป่วยทางอาการมิได้มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถบินในเวลากลางคืนได้ เมื่อคำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของจำเลยที่ 1 ระบุว่า โรงพยาบาลมีบริการรับส่งผู้ป่วยทางอากาศ (Air Ambulance) แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีผู้ใช้บริการมากราย หรือเฮลิคอปเตอร์ไม่มีคิวว่างที่จะเคลื่อนย้ายโจทก์ในวันนั้น คำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของจำเลยที่ 1 ย่อมทำให้โจทก์เชื่อว่า จำเลยที่ 1 มีบริการเช่นนั้นจริง นายแพทย์ ต. พยานจำเลย เบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่า การทำบายพาสเร่งด่วนให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อได้รับความเสียหาย เมื่อการเคลื่อนย้ายโจทก์ได้รับความยินยอมจากมารดาของโจทก์เมื่อเวลา 22 นาฬิกา และสามารถเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาลเมื่อเวลา 3 นาฬิกา ของวันที่ 12 กำหนดถึงโรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานครเวลาประมาณ 15 นาฬิกา เท่ากับใช้เวลาก่อนออกเดินทาง 5 ชั่วโมง เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง จำเลยที่ 1 ย่อมตระหนักดีว่าระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายโจทก์เป็นข้อสำคัญที่ต้องดำเนินการทันท่วงที การเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาลที่ต้องใช้เวลาดังกล่าวย่อมไม่สอดคล้องกับคำแนะนำและไม่เป็นผลดีต่อการรักษาอาการของโจทก์ เป็นการเลือกใช้วิธีเคลื่อนย้ายโจทก์ไปรักษาที่ไม่เหมาะสมแก่โจทก์ในสภาวการณ์เช่นนั้น คดีฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ใช้ความพยายามตามวิธีการและมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียในการรักษาและเคลื่อนย้ายโจทก์ตามสถานการณ์และอาการบาดเจ็บของโจทก์ในขณะนั้น การที่โจทก์ต้องถูกตัดขาเป็นผลสืบเนื่องมาจากการส่งตัวโจทก์ไปรักษาที่ล่าช้าเนิ่นนานเกินไป อันแสดงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์เช่นโรงพยาบาลผู้มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้ แต่หาใช้ให้เพียงพอไม่ นับเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ในการดูแลรักษาโจทก์และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 50,000,000 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 321,784,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 25,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤษภาคม 2560) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท โดยส่วนที่โจทก์ได้รับยกเว้นนั้น ให้จำเลยที่ 1 นำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ชำระตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า โจทก์เป็นคนเชื้อชาติไทยอเมริกัน สัญชาติไทย อาชีพนักกีฬาและครูผู้ฝึกสอนกีฬาแก่เยาวชน เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยประเภทกีฬาทางน้ำเวคบอร์ด สังกัดสมาคมเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสถานพยาบาลโรงพยาบาลเอกชน รับรักษาคนไข้และคนป่วย โดยใช้ชื่อว่าโรงพยาบาล ก. จำเลยที่ 2 เป็นแพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อประจำโรงพยาบาลของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2559 โจทก์เป็นตัวแทนนักกีฬาเวคบอร์ดของทีมประเทศไทยลงแข่งขันไอดับบลิวดับบลิวเอฟเอเชี่ยนคัพ (IWWF Asian Cup) จัดขึ้นที่ภูเก็ต วอเตอร์ ปาร์ค อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีรถพยาบาลของจำเลยที่ 1 จอดให้บริการฉุกเฉิน

ระหว่างแข่งขันโจทก์ประสบอุบัติเหตุตกจากเวคบอร์ดขากระแทกพื้นน้ำมีอาการปวดบวมที่ขาข้างซ้าย รถปฐมพยาบาลนำโจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นแพทย์ที่ประเมินอาการบาดเจ็บของโจทก์ในเบื้องต้นพบว่าเข่าซ้ายมีการผิดรูปอย่างชัดเจน หลอดเลือดแดงไม่สามารถไหลไปยังปลายเท้าได้ สาเหตุเกิดจากการหนีบทับหรือบาดเจ็บรุนแรงของหลอดเลือดจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ ผลการตรวจพบการเคลื่อนของข้อเข่าและการบาดเจ็บของหลอดเลือดแดงขาพับด้านซ้ายทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน การรักษานอกจากผ่าตัดขาซ้ายนำลิ่มเลือดออกและซ่อมเส้นเลือดแดงที่ฉีกขาดแล้วโจทก์ยังได้รับการรักษาด้วยเครื่องออกซิเจนแรงดันสูง (HBO) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้บริเวณขาซ้าย และตรวจพบว่าบริเวณขาซ้ายเกิดภาวะความดันสูงภายในช่องกล้ามเนื้อ

ครั้นวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 โจทก์มีภาวะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงขาซ้าย จำเลยที่ 1 ส่งโจทก์ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร โดยเคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยรถพยาบาลของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 จัดให้บริการที่เรียกว่า SKY ICU ซึ่งเป็นของบริษัท EUROCOPTER รุ่น EC 145 ระหว่างเดินทางมารดาของโจทก์ประสงค์ให้ส่งโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร แพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดีรับโจทก์ไว้รักษาโดยได้ตัดขาซ้ายของโจทก์ตั้งแต่ช่วงเข่าลงไป ความรับผิดของจำเลยที่ 2 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพราะโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา คดีคงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะความรับผิดของจำเลยที่ 1 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า

จำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อในการดูแลรักษาโจทก์ ต้องรับผิดตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด โจทก์ยกเหตุผลประกอบข้อฎีกาว่า (1) จำเลยที่ 1 เลือกใช้วิธีการรักษาที่ผิดพลาด ข้อที่ว่าคิวตารางบินเต็ม โดยมีคิวเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินที่จังหวัดอื่น เป็นข้ออ้างลอย ๆ ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นเช่นนั้นตามภาระการพิสูจน์ การทำบายพาสคือการผ่าตัดทางเบี่ยงหลอดเลือดโดยแพทย์ท้องถิ่นสามารถทำได้ เพราะนายแพทย์วิรุฬ เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด และทำงานนอกเวลาที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตสามารถทำงานร่วมกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตตามที่นายแพทย์ชวลิต แพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตพยานโจทก์เบิกความ หรือมิเช่นนั้นก็ส่งแพทย์จากสำนักงานใหญ่มาผ่าตัดที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 แทน

จะสามารถมาได้เร็วกว่า (2) เหตุการณ์ที่ย้ายโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเกิดขึ้นภายหลังที่เกิดข้อผิดพลาดแล้วคำแนะนำการรักษาโจทก์ไม่ได้ให้ส่งด้วยรถพยาบาล และ (3) รถพยาบาลที่ใช้ส่งโจทก์เป็นรถเก่า นายแพทย์ชวลิต พยานโจทก์เบิกความถึงการเฝ้าระวังภาวะความดันสูงภายในช่องกล้ามเนื้อต้องกระทำภายใน 8 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้นมีโอกาสสูงที่จะต้องถูกตัดขา จำเลยที่ 1 เลือกใช้วิธีส่งโจทก์ไปรักษาต่อด้วยรถพยาบาลซึ่งใช้เวลาเดินทางกว่า 11 ชั่วโมง การที่โจทก์ถูกตัดขาเป็นผลโดยตรงจากการรักษาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้แม้โจทก์จะกล่าวในฎีกาถึงการจะไปรักษาที่สาธารณรัฐสิงคโปร์แต่โจทก์ก็ไม่ได้ฎีกาคัดค้านข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในเรื่องนี้คงปรากฏตามที่เน้นข้อความไว้ดังที่สรุปความได้เป็นฎีกาข้อ (3)

อันเป็นข้อฎีกาถึงเรื่องที่จำเลยที่ 1 เลือกวิธีส่งโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร ด้วยรถพยาบาล อีกประการหนึ่งตามฟ้องโจทก์ไม่ได้อ้างว่าการทำบายพาสโดยแพทย์ท้องถิ่นสามารถทำได้ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตผ่าตัดบายพาสและไม่ได้อ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่ส่งแพทย์จากโรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานครมาร่วมรักษาโจทก์ที่โรงพยาบาลจำเลยที่ 1 ด้วยเหตุนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้แต่เพียงว่าที่จำเลยที่ 1 ส่งโจทก์ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร ด้วยรถพยาบาลไม่ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการเคลื่อนย้ายโจทก์เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อในการดูแลรักษาโจทก์หรือไม่ ตามทางไต่สวนได้ความถึงอาการบาดเจ็บของโจทก์ว่านอกจากการรักษาโดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นแพทย์กระดูกและข้อแล้ว

ยังมีขั้นตอนการรักษาหลอดเลือดที่แพทย์หลอดเลือดเข้ามารักษาอาการของโจทก์ โดยนายแพทย์วิรุฬ ตรวจพบอาการเกิดตุ่มนํ้าพองใสบริเวณขาซ้ายและข้อเท้าซ้ายมีสีคลํ้าเกรงจะเกิดภาวะขาดเลือด เมื่อดำเนินการฉีดสีพบว่าเส้นเลือดที่เป็นเส้นหลักในการส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงขาข้างซ้ายไม่ปรากฏในผลการตรวจ ปรากฏแต่ภาพเส้นเลือดสาขาที่ยังคงหล่อเลี้ยงเลือดบริเวณขาซ้ายของโจทก์ นายแพทย์วิรุฬ ได้ปรึกษาผู้บริหารคือนายแพทย์ณรงค์ฤทธิ์ ได้ให้ปรึกษาแพทย์ทางโรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ และนายแพทย์กมล แพทย์หลอดเลือดอาวุโสแนะนำให้ทำบายพาสด่วนโดยหาทีมแพทย์ท้องถิ่น หรือส่งต่อให้เลือกส่งต่อโดยทางเครื่องบินแต่นายแพทย์วิรุฬ

ส่งโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร ด้วยรถพยาบาลของจำเลยที่ 1 โดยอ้างข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยเฮลิคอปเตอร์ว่าใช้ระยะเวลาในการประสานงาน การรอคิวว่างของเฮลิคอปเตอร์ที่ว่าต้องรออีก 2 ถึง 3 วัน การลงจอดรับผู้ป่วยต้องลงจอดที่สถานีตำรวจท้องที่นอกบริเวณโรงพยาบาลของจำเลยที่ 1 ข้อนี้แม้จะมีนายแพทย์เอกพงศ์ ที่เดินทางไปกับรถพยาบาลในฐานะแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน กับนางสาวนาฎกมล เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพประจำโรงพยาบาลจำเลยที่ 1 มาเบิกความสนับสนุน แต่ไม่มีรายละเอียดถึงข้อจำกัดเหล่านั้น นับว่าเป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นเช่นนั้นตามภาระการพิสูจน์ ได้ความจากโจทก์ว่าญาติของโจทก์ขอให้เคลื่อนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 จัดให้บริการที่เรียกว่า

SKY ICU ซึ่งเป็นของบริษัท EUROCOPTER รุ่น EC 145 แต่จำเลยที่ 1 แจ้งว่าเฮลิคอปเตอร์ไม่ว่างและไม่สามารถบินกลางคืนได้เพราะสภาพอากาศไม่ดีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยรถพยาบาล เฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวติดตั้งอุปกรณ์การแพทย์ชั้นสูงนำมาให้บริการแก่ผู้ป่วยที่ต้องการความเร่งด่วนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีสมรรถนะสูง มีอุปกรณ์ทันสมัยสามารถบินกลางคืนได้ มีอุปกรณ์เตือนสภาพอากาศ ทิศทาง และความเร็วลมช่วยในการบินฝ่าสภาพอากาศเลวร้าย จำเลยที่ 1 มิได้ถามค้านโจทก์เพื่อหักล้างสมรรถนะของเฮลิคอปเตอร์ดังที่โจทก์เบิกความ คดีย่อมฟังได้ว่าเฮลิคอปเตอร์ที่จำเลยที่ 1 ให้บริการรับส่งผู้ป่วยทางอากาศว่ามิได้มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถบินในเวลากลางคืนได้

นายแพทย์ต่อพล แพทย์ประจำโรงพยาบาลศิริราช พยานจำเลยเบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ตามที่ได้รับอนุญาตจากศาลว่าการทำบายพาสโดยปกติต้องทำโดยเร่งด่วนให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อได้รับความเสียหาย ข้อนี้ได้ความจากนายแพทย์เอกพงศ์ ถึงการเคลื่อนย้ายโจทก์ว่าได้รับความยินยอมจากมารดาของโจทก์ เมื่อเวลา 22 นาฬิกา และสามารถเคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยรถพยาบาลเมื่อเวลา 3 นาฬิกา ของวันที่ 12 กำหนดถึงโรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร เวลาประมาณ 15 นาฬิกา เท่ากับใช้เวลาก่อนออกเดินทาง 5 ชั่วโมง กำหนดใช้เวลาเดินทางถึงโรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร 12 ชั่วโมง นางสาวนาฎกมล กล่าวถึงคำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของจำเลยที่ 1 ว่าโรงพยาบาลมีบริการรับส่งผู้ป่วยทางอากาศ (Air

Ambulance) ข้อนี้ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใช้บริการนี้จำนวนมากราย ชอบที่จำเลยที่ 1 จะนำหลักฐานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยเฮลิคอปเตอร์มาแสดงต่อศาลได้ว่าไม่มีคิวว่างที่จะเคลื่อนย้ายโจทก์ในวันนั้นจริง หรือมีการล็อกลำดับการใช้บริการในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยรายอื่นไว้ก่อนแล้ว คำโฆษณาประชาสัมพันธ์ของจำเลยที่ 1 ย่อมทำให้โจทก์เชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีบริการเช่นนั้นจริง การบอกปัดไม่ส่งโจทก์ไปรักษาต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ต้องชอบด้วยเหตุผล ในกรณีของโจทก์ที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปผ่าตัดบายพาสที่โรงพยาบาล ก. ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร ตามคำแนะนำของนายแพทย์กมล แพทย์หลอดเลือดอาวุโส จำเลยที่ 1 ย่อมตระหนักดีว่าระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายโจทก์เป็นข้อสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างทันท่วงที

การเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาลที่ต้องใช้เวลาดังกล่าวย่อมไม่สอดคล้องกับคำแนะนำ และไม่เป็นผลดีต่อการรักษาอาการของโจทก์เป็นการเลือกใช้วิธีเคลื่อนย้ายโจทก์ไปรักษาที่ไม่เหมาะสมแก่โจทก์ในสภาวการณ์เช่นนั้น คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ใช้ความพยายามตามวิธีการและมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียในการรักษาและเคลื่อนย้ายโจทก์ตามสถานการณ์และอาการบาดเจ็บของโจทก์ในขณะนั้น ส่วนที่มารดาของโจทก์ประสงค์ให้ส่งโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร อาจเป็นเหตุผลในการไว้วางใจและเชื่อถือการรักษาพยาบาล ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ก็เห็นว่าโรงพยาบาลดังกล่าวเป็นโรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่มีความพร้อมและทีมแพทย์พยาบาลและอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์และมีประวัติการรักษาของโจทก์จากโรงพยาบาลจำเลยที่ 1 ส่งพร้อมไปด้วย

ทั้งเป็นสิทธิของผู้ป่วยในการเปลี่ยนสถานพยาบาลเช่นนี้ คดีไม่มีเหตุผลถึงขนาดที่จะชี้ว่าการที่โจทก์ต้องถูกตัดขาเป็นเพราะโจทก์ยอมรับความเสี่ยงภัยในการตัดสินใจย้ายโรงพยาบาลกะทันหันในภาวะเช่นนั้น แต่เพราะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการส่งตัวโจทก์ไปรักษาที่ล่าช้าเนิ่นนานเกินไป อันแสดงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์เช่นโรงพยาบาลผู้มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้แต่หาใช้ให้เพียงพอไม่ นับเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ในการดูแลรักษาโจทก์และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด ข้อนี้ความปรากฏตามฟ้องข้อ 4 ถึงค่าเสียหายที่โจทก์เรียกให้จำเลยที่ 1 รับผิด คือ (1) จำเลยที่ 1 ส่งโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีล่าช้าเป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกตัดขา ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่ารถพยาบาล 70,000 บาท เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้เคลื่อนย้ายโจทก์ด้วยเฮลิคอปเตอร์ แต่การเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาลย่อมมีค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องเป็นผู้ชำระเมื่อใช้บริการ ค่ารักษาพยาบาลก็เช่นกันซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์เอง จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และ (2) ค่าเสียหายจากการทุกข์ทรมานและไม่สามารถเข้าร่วมเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศและต่างประเทศ

ขาดโอกาสสร้างชื่อเสียง สูญเสียโอกาสในการทำงานและสร้างรายได้ เพราะโจทก์เป็นนักกีฬาอาชีพ เป็นผู้รับจ้างฝึกสอนเยาวชน ได้รับค่าจ้างชั่วโมงละ 2,000 บาท ต่อคน อย่างต่ำวันละ 3 ชั่วโมง จะมีรายได้อย่างต่ำวันละ 6,000 บาท คิดค่าเสียหาย 50,000,000 บาท เห็นว่า แม้การที่โจทก์ต้องถูกตัดขาซ้ายเนื่องมาจากการส่งโจทก์ไปรักษาที่ล่าช้าและการเลือกใช้วิธีเคลื่อนย้ายที่ไม่สอดคล้องกับคำแนะนำการรักษาโจทก์ แต่ที่มารดาของโจทก์ประสงค์ให้ส่งโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร นับเป็นเหตุแทรกแซงที่ทำให้ระยะเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายโจทก์เนิ่นช้าออกไปกว่าเดิมซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรักษา และการตัดสินใจย้ายโรงพยาบาลกะทันหันในภาวะเช่นนั้นนับว่ามีผลกระทบต่อแผนการรักษาเช่นกัน โดยได้ความว่ารถพยาบาลของจำเลยที่ 1 ไปส่งโจทก์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อเวลา 16 นาฬิกา แต่แพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดีผ่าตัดโจทก์เมื่อเวลาภายหลัง 22 นาฬิกา

อาการบาดเจ็บของโจทก์เป็นผลสืบเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่โจทก์เข้าร่วมแข่งขันกีฬาเวคบอร์ด โจทก์อายุ 26 ปี เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ขณะเกิดเหตุบริษัท อ. ว่าจ้างเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนและการตลาดฝ่ายอุปกรณ์ อัตราเงินเดือน เดือนละ 60,000 บาท ภายหลังเกิดอุบัติเหตุและถูกตัดขาเป็นเหตุให้บริษัทเลิกจ้างโจทก์ ได้ความจากโจทก์ตอบถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ตามที่ได้รับอนุญาตจากศาลว่ากีฬาที่โจทก์เล่นหรือเอ็กซ์ตรีมประเภทเวคบอร์ดนั้น เป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงสูง มีความท้าทายและอันตราย การเข้าไปเป็นนักกีฬาทีมชาติมีการแข่งขันสูง และตอบถามค้านของทนายจำเลยที่ 2 ตามที่ได้รับอนุญาตจากศาลว่าผู้ที่เล่นเวคบอร์ดส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ย 20 ถึง 30 ปี อีกประการหนึ่งที่โจทก์รับจ้างเป็นครูสอนนั้นอยู่ในงานของบริษัท อ. (บริษัทบอร์ดสกี) เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ 5,000,000 บาท ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน

อนึ่ง ที่โจทก์ขอดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของค่าเสียหายซึ่งถือเป็นหนี้เงิน เมื่อมีการประกาศใช้พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 โดยพระราชกำหนดดังกล่าวบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 และมาตรา 224 เป็นผลให้ดอกเบี้ยผิดนัด ปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยน โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงการคิดดอกเบี้ยในระหว่างช่วงเวลาก่อนที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ จึงต้องกำหนดดอกเบี้ยตามบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่ดังกล่าว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤษภาคม 2560) เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 และให้ปรับดอกเบี้ยตามอัตราที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยส่วนที่โจทก์ได้รับยกเว้นนั้นให้จำเลยที่ 1 นำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ชำระตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกาโดยกำหนดค่าทนายความรวม 80,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นพรัตน์ สี่ทิศประเสริฐ · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิภัตต์ รุจิปเวสสน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายขจรเดช เจนวัฒนานนท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ผบ.(พ)372/2563
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ผบ 4260/2561
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้