Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5961/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีอากรตามภาระหน้าที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทย คดีของโจทก์ที่ขอให้ศาลเพิกถอนการประเมินและแก้คำชี้ขาดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นคดีพิพากษาเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อมูลผูกพันซึ่งได้ทำขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีอากร และเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการประเมินกับการเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากรที่จะพิจารณาพิพากษา ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธิพิจารณาคดีภาษีอากรฯ มาตรา 7 (4) มิใช่มาตรา 7 (1) โจทก์จึงมีสิทธินำคดีมาสู่ศาลภาษีอากร พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ เป็นกฎหมายที่บัญญัติให้เรียกเก็บค่าภาษีจากทรัพย์สินของราษฎรซึ่งเป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 9 ก็บัญญัติให้ยกเว้นทรัพย์สินจากบทบัญญัติดังกล่าวคือ (2) ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการการรถไฟโดยตรง เมื่อปรากฏว่ากิจการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องที่โจทก์ได้รับสัมปทานเป็นกิจการเพื่อการรับขนส่งสินค้า พัสดุภัณฑ์และของอื่นๆ ซึ่งเป็นกิจการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจที่จะกระทำการต่างๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ที่ให้ดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับการขนส่งของรถไฟตามความใน พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 6 (2) และ 9 (7) โรงเรือนที่พิพาทในคดีนี้ ซึ่งเป็นสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่โจทก์ได้รับสัมปทานให้เป็นผู้ประกอบการ จึงเป็นทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการของการรถไฟโดยตรงตามมาตรา 9 (2) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงเรือนดังกล่าว ปัญหาดังกล่าวข้างต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความที่เกี่ยวข้องยกขึ้นเป็นข้ออ้าง ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคสอง ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ มาตรา 17

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 9 พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 6 พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2544 สำหรับโรงเรือนและที่ดินที่เป็นสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องสถานีเอและแก้คำชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินที่ประเมินเกินไว้ 1,735,020.22 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานกิจการบรรจุและแยกสินค้ากล่องที่สถานีเอ เลขที่ 33/4 หมู่ที่ 1 ถนนเจ้าคุณทหาร แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแทนและในนามของผู้ให้สัมปทานตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาสัมปทานและได้รับมอบอำนาจจากการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ยื่นแบบพิมพ์เพื่อแจ้งรายการทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2544 ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2544 เจ้าพนักงานเก็บภาษีสำนักงานเขตลาดกระบังของจำเลยที่ 1 แจ้งรายการประเมินไปให้การรถไฟแห่งประเทศไทยผู้รับประเมินทรัพย์สินทราบว่ากำหนดค่ารายปีจากค่าธรรมเนียมสัมปทานบวกด้วยค่าประกันภัยคิดเป็นค่าภาษี 5,864,820.22 บาท

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งการประเมินเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2544 โจทก์ทราบการประเมินและชำระค่าภาษีทั้งสิ้นแก่จำเลยที่ 1 ผ่านการรถไฟแห่งประเทศไทยตามใบเสร็จรับเงิน แต่เห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง จึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2544 โดยอ้างว่าเพิ่งทราบการประเมินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2544 จำเลยที่ 2 มีคำชี้ขาดว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยยื่นคำร้องภายหลังระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงหมดสิทธิที่จะให้พิจารณาการประเมินใหม่ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า โจทก์มีสิทธินำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากรกลางหรือไม่ เห็นว่าเมื่อโจทก์เป็นบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีอากรตามภาระหน้าที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทย

คดีของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อผูกพันซึ่งได้ทำขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีอากร และเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการประเมินกับเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากรที่จะพิจารณาพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7 (4) มิใช่มาตรา 7 (1) โจทก์จึงมีสิทธินำคดีมาสู่ศาลภาษีอากร ส่วนปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยที่ 1 ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นสมควรวินิจฉัยสถานภาพผู้รับประเมินคือการรถไฟแห่งประเทศไทยเสียก่อน เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 แล้ว เห็นว่า เป็นกฎหมายที่บัญญัติให้เรียกเก็บค่าภาษีจากทรัพย์สินของราษฎรซึ่งเป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 9 ก็บัญญัติให้ยกเว้นทรัพย์สินจากบทบัญญัติดังกล่าวคือ (2) ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการการรถไฟโดยตรงเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ากิจการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องที่โจทก์ได้รับสัมปทานเป็นกิจการเพื่อการรับขนส่งสินค้า

พัสดุภัณฑ์และของอื่นๆ ซึ่งเป็นกิจการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอำนาจที่จะกระทำการต่างๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ที่ให้ดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับการขนส่งของรถไฟตามความในพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 6 (2) และ 9 (7) จึงเห็นได้ชัดว่าโรงเรือนที่พิพาทในคดีนี้ ซึ่งเป็นสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องสถานีเอ เลขที่ 33/4 หมู่ที่ 1 ถนนเจ้าคุณทหาร แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งโจทก์ได้รับสัมปทานให้เป็นผู้ประกอบการนั้น เป็นทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการของการรถไฟโดยตรงตามมาตรา 9 (2) แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงเรือนดังกล่าว

พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีดังกล่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย การประเมินและคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาดังกล่าวข้างต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความที่เกี่ยวข้องยกขึ้นเป็นข้ออ้าง

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 อย่างไรก็ตาม โจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ตนชำระแทนการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งหมด ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีที่ได้รับไปให้แก่โจทก์ได้เท่าจำนวนตามคำฟ้องเท่านั้น ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร ส่วนที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการคืนค่าภาษีแก่โจทก์ด้วยนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้ทำหน้าที่พิจารณาคำชี้ขาดในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายจึงไม่จำต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์เป็นการส่วนตัว อุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องได้รับการวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินและคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 โดยให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีจำนวน 1,735,020.22 บาท แก่โจทก์ภายใน 3 เดือน นับแต่ฟังคำพิพากษานี้ หากไม่คืนภายในกำหนดให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกคำขออื่นของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธนพจน์ อารยลักษณ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3794/2549

การดำเนินกิจการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องเกี่ยวเนื่องกับระบบการขนส่งสินค้ากล่องเชื่อมโยงต่อกับท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง เพื่อสนับสนุนกิจการนำเข้าและส่งออกของประเทศและการเติบโตของท่าเรือแหลมฉบัง โดยผู้ดำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 266461)

การดำเนินกิจการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องที่โจทก์ทั้งหกได้รับสัมปทานจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเกี่ยวเนื่องกับระบบการขนส่งสินค้ากล่องเชื่อมต่อกับท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง เพื่อสนับสนุนกิจการนำเข้าและส่งออกข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5987/2552

การดำเนินกิจการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องที่โจทก์ได้รับสัมปทานจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเกี่ยวเนื่องกับระบบการขนส่งสินค้ากล่องเชื่อมต่อกับท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง เพื่อสนับสนุนกิจการนำเข้าและส่งออก โดยผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3935/2535

โจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีดังกล่าวตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4725/2565

แม้เอกสารที่โจทก์นำสืบจะเป็นภาษาต่างประเทศและไม่ได้ทำคำแปลเป็นภาษาไทย แต่คู่ความสามารถส่งพยานเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไป เว้นเสียแต่ศาลสั่งให้ทำคำแปล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้