Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59650)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพผู้ขอรับชำระหนี้ได้ยื่นฎีกาไว้ แต่ยังมิได้นำส่งสำเนาฎีกาให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ธนาคารผู้ขอรับชำระหนี้ดังกล่าวไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังไม่ได้สำเนาคำร้องกรณีสืบเนื่องจากภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสี่เด็ดขาดแล้ว จำเลยที่ 2 ได้นำเงินเข้าบัญชีของตนในธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯ เป็นเงิน3,478,090.29 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการนำเข้าบัญชีดังกล่าว ในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนและคืนเงินฝากจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ต่อมาธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯ ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนวน 3,478,090.29 บาท จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯ ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 106,108)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ผู้ขอรับชำระหนี้ถอนฎีกาจำหน่ายคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 175 ป.วิ.พ. มาตรา 132 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2499 มาตรา 153

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1751/2532ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์ผู้ขอรับชำระหนี้โจทก์ธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอี๊ยบบราเดอร์ส กับพวกจำเลยธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯผู้ยื่นคำร้องผู้ขอรับชำระหนี้ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 175, ม. 132 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2499 ม. 153ความว่า ธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพผู้ขอรับชำระหนี้ได้ยื่นฎีกาไว้ แต่ยังมิได้นำส่งสำเนาฎีกาให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ธนาคารผู้ขอรับชำระหนี้ดังกล่าวไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังไม่ได้สำเนาคำร้องกรณีสืบเนื่องจากภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสี่เด็ดขาดแล้ว

จำเลยที่ 2 ได้นำเงินเข้าบัญชีของตนในธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯ เป็นเงิน3,478,090.29 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการนำเข้าบัญชีดังกล่าว ในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนและคืนเงินฝากจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ต่อมาธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯ ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนวน 3,478,090.29 บาท จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนธนาคารแห่งอินโดจีนและสุเอช จำกัด สาขากรุงเทพฯ ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 106,108)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ผู้ขอรับชำระหนี้ถอนฎีกาจำหน่ายคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8626/2557

ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาระบุว่า คู่ความแถลงร่วมกันว่าคดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2077/2539

เมื่อโจทก์ได้ขอถอนฟ้องและศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้วฎีกาในชั้นการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาซึ่งเป็นคดีสาขาเป็นอันสิ้นผลบังคับไปโดยปริยายคดีไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาตามที่โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58482)

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีในชั้นฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนคำฟ้องฎีกาโปรดอนุญาตและมีคำสั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมเป็นกรณีพิเศษในอัตราอย่างสูงแก่จำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56341)

ความว่า จำเลยทั้งสองได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยทั้งสองไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีนี้อีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน(อันดับ 148,149)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56340)

ความว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินให้โจทก์ทั้งสาม เป็นเงิน 200,000 บาท และโจทก์ทั้งสามไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ จากจำเลยทั้งสองอีก จำเลยที่ 1 จึงขอถอนฎีกาที่ได้ยื่นไว้ โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ทั้งสามยื่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้