Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59657)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่ารับฎีกาของจำเลยทั้งสองเฉพาะฎีกาข้อ 2.3 ฎีกาข้ออื่นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยฎีกาข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ฝ่าฝืนต่อพยานหลักฐานในคดีหรือไม่ฎีกาข้อ 2.2 เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมหรือไม่ ฎีกาข้อ 2.4 เป็นปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจริบเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองและกางเกงยีนของกลางหรือไม่ ฎีกาข้อ 2.5 เป็นปัญหาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์ดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ และฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองอยู่ในขั้นตระเตรียมหรือลงมือกระทำความผิด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองทุกข้อไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 106 แผ่นที่ 2,112 แผ่นที่ 2)ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,274 ประกอบด้วยมาตรา 275ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือนและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 กระทงหนึ่ง และตามมาตรา 275อีกกระทงหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษปรับจำเลยทั้งสองกระทงละ2,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับคนละ 4,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 1 ปีโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเพียงบางข้อ (อันดับ 93,97)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาของจำเลยทั้งสอง ข้อ 2.1 ที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเปรียบเทียบเครื่องหมายการค้าของจำเลยกับของโจทก์ร่วมที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องและข้อ 2.2 ที่ว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยจะทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.4 และข้อ 4 เป็นฎีกาดุลพินิจในการริบของกลางเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาข้อ 2.5กับข้อ 3 เป็นปัญหาเดียวกับฎีกาข้อ 2.1 จึงให้รับเฉพาะฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1762/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายสนั่น กิ่งเงินโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยสมัย กับพวกจำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยสมัย ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายโกวิท วิสฤตานนท์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่ารับฎีกาของจำเลยทั้งสองเฉพาะฎีกาข้อ 2.3 ฎีกาข้ออื่นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยฎีกาข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ฝ่าฝืนต่อพยานหลักฐานในคดีหรือไม่ฎีกาข้อ 2.2 เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมหรือไม่

ฎีกาข้อ 2.4 เป็นปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจริบเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองและกางเกงยีนของกลางหรือไม่ ฎีกาข้อ 2.5 เป็นปัญหาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์ดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ และฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองอยู่ในขั้นตระเตรียมหรือลงมือกระทำความผิด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองทุกข้อไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 106 แผ่นที่ 2,112 แผ่นที่ 2)

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,274 ประกอบด้วยมาตรา 275ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือนและปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 กระทงหนึ่ง และตามมาตรา 275อีกกระทงหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษปรับจำเลยทั้งสองกระทงละ2,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับคนละ 4,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 1 ปีโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเพียงบางข้อ (อันดับ 93,97)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาของจำเลยทั้งสอง ข้อ 2.1 ที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเปรียบเทียบเครื่องหมายการค้าของจำเลยกับของโจทก์ร่วมที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องและข้อ 2.2 ที่ว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยจะทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.4 และข้อ 4 เป็นฎีกาดุลพินิจในการริบของกลางเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาข้อ 2.5กับข้อ 3 เป็นปัญหาเดียวกับฎีกาข้อ 2.1 จึงให้รับเฉพาะฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้