Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59672)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งนำข้อเท็จจริงมาประกอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันแทนกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 29,416 บาทแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน23,416 บาทให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 89)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีส่วนทำละเมิดด้วยนั้นเห็นว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นว่า โจทก์ไม่มีส่วนในการกระทำความผิดด้วยฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลยชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไปก่อเหตุที่จังหวัดนครราชสีมา จะว่าจำเลยที่ 2ที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ และมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ใช้ความระมัดระวังจำเลยที่ 1ตามสมควรหาได้ไม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยในข้อนี้ไว้ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป คืนค่าขึ้นศาลโดยหักเป็นค่าคำร้องไว้ 40 บาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1777/2532นายสมหมาย ชินวงศ์โจทก์นายทองมี คำหล้า กับพวกจำเลยนายทองมี คำหล้า ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายจันดา คำหล้า ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางทอน คำหล้า ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 150, ม. 234, ม. 248 ป.พ.พ. ม. 429ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งนำข้อเท็จจริงมาประกอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันแทนกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 29,416 บาทแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน23,416 บาทให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 89)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีส่วนทำละเมิดด้วยนั้นเห็นว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นว่า โจทก์ไม่มีส่วนในการกระทำความผิดด้วยฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลยชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไปก่อเหตุที่จังหวัดนครราชสีมา จะว่าจำเลยที่ 2ที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ และมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ใช้ความระมัดระวังจำเลยที่ 1ตามสมควรหาได้ไม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยในข้อนี้ไว้ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป คืนค่าขึ้นศาลโดยหักเป็นค่าคำร้องไว้ 40 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2546

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 18 มีคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.3 ก. ของโจทก์เนื่องจากเป็นการออกทับหนองน้ำสาธารณประโยชน์ ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ดังนั้น การที่โจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2545

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 อันเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และยังมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์มีสิทธิซื้อที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4931/2541

คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 3 แปลงมาโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าการเข้าครอบครองที่ดิน ดังกล่าวครอบครองแทน พ. กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4139/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทโดยโจทก์ไม่ได้แจ้งการครอบครองไว้ แต่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้