Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 597/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยทั้งสามบังอาจร่วมกันอนุญาตให้ผู้ดูซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับยกเว้นอากรมหรสพเข้าดูภาพยนตร์ โดยไม่เสียอากรมหรสพในชั้นราคา 8 บาท จำนวน 204 คนๆละ 1 ครั้ง กับในชั้นราคา 10 บาท จำนวน 21 คน คนละ 1 ครั้ง รวม 225 คน 225 ครั้ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2517 ระหว่างเวลา 10 นาฬิกา ถึง 21 นาฬิกา ดังนี้ เห็นได้ว่าฟ้องโจทก์บรรยายชัดเจนแล้วว่าจำเลยทั้งสามกระทำความหลายกรรมต่างกัน จำเลยทั้งสามรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงต้องลงโทษจำเลยเป็น 225 กระทง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 135 ป.รัษฎากร มาตรา 142 ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 ป.วิ.อ. มาตรา 158

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของโรงภาพยนต์ฉายภาพยนตร์เก็บเงินค่าดูจากผู้เข้าดูอันเป็นมหรสพที่ต้องเสียอากรมมหรสพตามกฎหมาย จำเลยที่ ๒, ๓ เป็นจำเลยที่ ๑ แต่งตั้งและมอบหมายให้มีหน้าที่รับและฉีกตั๋วจากผู้เข้าดู เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๗ เวลา ๑๐ นาฬิกา ถึง ๒๑ นาฬิกา จำเลยทั้งสามร่วมกันอนุญาตให้ผู้ดูซึ่งต้องเสียค่าดูเข้าดูภาพยนตร์ของจำเลยที่ ๑ ในชั้นดูราคา ๘ บาท จำนวน ๒๐๔ คนๆ ละ ๑ ครั้งและชั้นดูราคา ๑๐ บาท จำนวน ๒๑ คนๆ ละ ๑ ครั้ง รวม ๒๒๕ คนๆ ละ ๑ ครั้ง รวม ๒๒๕ ครั้ง โดยไม่เสียอากรและผู้ดูทั้งหมดไม่เป็นบุคคลที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมายไม่ต้องเสียอากรมหรสพ ขอให้ลงโทษตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๓๕, ๑๔๒ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๖๓ จำเลยทุกคนให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตามฟ้อง เป็นความผิดกรรมเดียวปรับคนละ ๕๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ ๒๕๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐

โจทก์อุทธรณ์ว่าควรเรียงกระทงลงโทษตามที่จำเลยกระทำความผิดรวม ๒๒๕ ครั้ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษปรับคนหนึ่งกระทงละ ๑๐๐ บาท จำเลยทำผิด ๒๒๕ กระทง ลงโทษทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ เป็นเงินคนละ ๒๒,๕๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ ๑๑,๒๕๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ปัญหาว่า ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยทั้งสามบังอาจร่วมกันอนุญาตให้ผู้ดูซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับยกเว้นอากรมหรสพเข้าดูภาพยนตร์โดยไม่เสียอากรมหรสพในชั้นดูราคา ๘ บาท จำนวน ๒๐๔ คนๆ ละ ๑ ครั้งกับในชั้นดูราคา ๑๐ บาท จำนวน ๒๑ คนๆ ละ ๑ ครั้ง รวม ๒๒๕ คน ๒๒๕ ครั้ง เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๑๗ ระหว่างเวลา ๑๐ นาฬิกา ถึง ๒๑ นาฬิการ นั้น เห็นว่าฟ้องโจทก์บรรยายชัดเจนแล้วว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน จำเลยทั้งสามรับสารภาพตามฟ้อง ที่ศาสลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยทั้งสามทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ นั้นชอบแล้วและโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดมานี้ก็เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · รัตน์ ศรีไกรวิน · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลล่าง
ศาลแขวง - ศาลอุทธรณ์ - นายวชิระ รัตนสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2566

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5 (2) มีองค์ประกอบของความผิด คือ สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6651/2550

การแจ้งข้อหาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 นั้น แม้พนักงานสอบสวนจะมิได้แจ้งข้อหาจำเลยทุกข้อหากระทงความผิดก็ตาม แต่เมื่อภายหลังได้ดำเนินการสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็ถือได้ว่าได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3053/2549

โจทก์บรรยายฟ้องแต่ละกระทงระบุถึงวันเวลาที่จำเลยนำสินค้าของผู้เสียหายแต่ละชนิดไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้ารวม 14 ครั้ง และลูกค้าแต่ละรายได้ผ่อนชำระค่าสินค้าให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว ต่อมาวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดเดือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4737/2545

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันล่าปะการังแข็งทุกชนิดในอันดับ Scleractinia และ Stylasterina ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งคำว่า "ล่า" นั้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้คำนิยามไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้