Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5983/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยตกลงจ่ายเงินเดือนให้โจทก์เดือนละ 2 ครั้งในวันที่ 16 และวันที่ 30 หรือ 31 ของเดือนซึ่งเป็นวันสิ้นเดือน จำเลยเลิกจ้างโจทก์ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 ซึ่งเป็นวันสิ้นเดือนโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า จึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจนถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าคือถึงวันที่ 16 มีนาคม 2531 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินค้าแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินจำนวนหนึ่งแก่โจทก์ แม้จำเลยจะมิได้ให้การปฏิเสธในเรื่องจำนวนเงินที่โจทก์ขอก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับเป็นจำนวนน้อยกว่าที่ขอมา ศาลแรงงานก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษาให้เพียงเท่าที่โจทก์มีสิทธิได้ จำเลยนำสืบพยานเอกสารโดยไม่ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานสามวัน แต่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี จึงรับฟังเอกสารดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทบัญญัติให้ใช้ในการพิจารณาคดีแรงงานโดยเฉพาะจึงหาขัดต่อประมวลกฎมหายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 วรรคแรกไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 582 ป.วิ.พ. มาตรา 90 ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 177 ป.วิ.พ. มาตรา 183

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยจำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ โดยอ้างว่าโจทก์มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถทำงานให้จำเลยได้และจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ความจริงโจทก์ยังมีสุขภาพสมบูรณ์ดี การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน ๔๔๖,๗๖๐ บาท และจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ได้รับเงินเดือนเดือนละ ๒,๑๙๐ บาท กำหนดจ่ายเงินเดือนในวันที่ ๑๖ และสิ้นเดือนของทุกเดือนขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย กับจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างทดลองงานชั่วคราวตั้งแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๐ โดยมิได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ จำเลยให้โจทก์พ้นหน้าที่เนื่องจากโจทก์มีสุขภาพไม่ดี การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน ๑,๑๖๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ข้อแรกว่าจำเลยตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน เป็นเงินเดือนละ ๒,๑๙๐ บาท มิได้ตกลงกันเป็นรายวัน การที่จำเลยจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ทุกวันที่ ๑๖ และวันสิ้นเดือนเป็นเพียงเพื่อความสะดวกทางบัญชี ทั้งจำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้แต่อย่างใด ต้องถือว่าจำเลยยอมรับตามคำฟ้องของโจทก์แล้ว ที่ศาลแรงงานกลางกำหนดให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วง หน้าจำนวน ๑,๑๖๘ บาท จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ในเรื่องระยะเวลาการจ่ายค่าจ้างของจำเลยนี้โจทก์บรรยายฟ้องโดยขอแก้ไขคำฟ้องว่าจำเลยตกลงจ่ายเงินเดือนให้โจทก์ทุก ๆ วันที่ ๓๐ ของเดือน ๆ ใดมี ๓๑ วัน ก็ให้จ่ายในวันที่ ๓๑ ของเดือน แต่การจ่ายเงินจำเลยจะจ่ายให้เป็น ๒ ครั้งโดยจ่ายให้ในวันที่ ๑๖ และวันที่ ๓๐ หรือวันที่ ๓๑ ของเดือนซึ่งเป็นวันสิ้นเดือนจากคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงต้องฟังว่า

จำเลยจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์เดือนละ ๒ ครั้งคือวันที่ ๑๖ และวันสิ้นเดือนของทุกเดือน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นวันสิ้นเดือน โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าซึ่งเป็นการเลิกจ้างที่ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจนถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้า คือ ถึงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๓๑ และแม้จำเลยจะมิได้ให้การปฏิเสธในเรื่องจำนวนเงินที่โจทก์จะได้รับก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับเป็นจำนวนเพียงนั้น ศาลแรงงานกลางย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ที่ศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายสินจ้างตามนัยดังกล่าวชอบแล้ว โจทก์อุทธรณ์ข้อต่อไปว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔๕ วรรคแรก เป็นเรื่องที่คู่ความได้ยื่นบัญชีระบุพยานเอกสารไว้แล้ว แต่มิได้นำสืบหรือเป็นพยานเอกสารที่มิได้ระบุอ้างไว้ แต่ศาลแรงงานกลางเรียกมา อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาตามความเป็นธรรมแต่เมื่อจำเลยได้อ้างพยานเอกสาร และนำสืบก็ต้องส่งสำเนาให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๐ ที่จำเลยนำสืบพยานเอกสารตามเอกสารหมาย ล.๑ ถึง ล.๑๑ โดยไม่ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานสามวัน และศาลแรงงานกลางรับฟังมานั้นจึงเป็นการรับฟังที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย ล.๑ ถึง ล.๑๑ เป็นเอกสารที่แท้จริง แม้ว่าจำเลยจะไม่ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานสามวัน แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในอันที่จะให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี จึงให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานของศาลได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔ วรรคแรก คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจเรียกพยานเอกสารหมาย ล.๑ ถึง ล.๑๑ มาสืบเองเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีอันเป็นการใช้อำนาจตามบทกฎหมายที่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นอ้าง ศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจรับฟังพยานเอกสารหมาย ล.๑ ถึง ล.๑๑ นี้ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔๕ วรรคแรก ซึ่งเป็นบทบัญญัติให้ใช้ในการพิจารณาคดีแรงงานไว้โดยเฉพาะ จึงหาขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๐ วรรคแรกดังข้ออุทธรณ์ของโจทก์ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · ศิลปชัย มัทธุรศ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายกมล เพียรพิทักษ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3794/2540

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า กรรมการผู้มีอำนาจสองในสามคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนและผูกพันโจทก์ตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองบริษัทเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 โดยโจทก์แนบสำเนาหนังสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4626/2540

ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินส่วนที่เป็นของ ม.ให้จำเลยทั้งสอง การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นการได้มาโดยผลของคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่ได้มาโดยทางมรดกในฐานะที่เป็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2538

ฉลากกล่องบรรจุสินค้าของโจทก์และจำเลยต่างใช้เครื่องหมายการค้าอักษรโรมันและอักษรไทยลักษณะประดิษฐ์อย่างเดียวกัน เครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนของโจทก์ใช้คำว่า Madame de Mai มาดาม ดีใหม่ เครื่องหมายการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้