Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59832)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2 ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การรับฟังข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 3 ของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 179)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. 2510 มาตรา 4,9 อัฏฐ,105,132 ทวิ,148,154 ฯลฯการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฝ่าฝืนประกาศผู้อำนวยการเขตควบคุมแร่ประจำเขตจังหวัดภูเก็ต พังงา ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2528)ปรับ 10,000 บาท ฐานมีแร่ดีบุกไว้ในความครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัมโดยมิได้รับการยกเว้นตามกฎหมายในเขตควบคุมแร่ซึ่งเป็นแร่ที่มิได้มาจากการทำเหมืองในเขตเหมืองแร่ที่เก็บแร่นั้นไว้ปรับ 10,190,000 บาท รวม 2 กรรม ปรับ 10,200,000 บาท คำให้การชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลงโทษให้หนึ่งในสาม คงปรับ6,800,000 บาท ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 148 วรรคสอง ที่ได้แก้ไขแล้ว นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 175)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 179)คำสั่งฎีกาข้อ 3 ของจำเลยเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 3 ของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1983/2532พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่าโจทก์นางชลดา แซ่ลิมหรือแซ่หลิมจำเลยนางชลดา แซ่ลิมหรือแซ่หลิม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2 ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การรับฟังข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 3 ของจำเลยไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 179)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. 2510 มาตรา 4,9 อัฏฐ,105,132 ทวิ,148,154 ฯลฯการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฝ่าฝืนประกาศผู้อำนวยการเขตควบคุมแร่ประจำเขตจังหวัดภูเก็ต พังงา ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2528)ปรับ 10,000 บาท

ฐานมีแร่ดีบุกไว้ในความครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัมโดยมิได้รับการยกเว้นตามกฎหมายในเขตควบคุมแร่ซึ่งเป็นแร่ที่มิได้มาจากการทำเหมืองในเขตเหมืองแร่ที่เก็บแร่นั้นไว้ปรับ 10,190,000 บาท รวม 2 กรรม ปรับ 10,200,000 บาท คำให้การชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลงโทษให้หนึ่งในสาม คงปรับ6,800,000 บาท ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 148 วรรคสอง ที่ได้แก้ไขแล้ว นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 175)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 179)คำสั่งฎีกาข้อ 3 ของจำเลยเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 3 ของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียร ยูงทอง · ประชา บุญวนิช · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้