Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5985/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 35 (7) กำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความต้องไม่เป็นบุคคลผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย และมาตรา 43 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าเมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการสภาทนายความว่า ทนายความผู้ใดเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 35 ให้ทนายความผู้นั้นพ้นสภาพการเป็นทนายความและให้คณะกรรมการทนายความจำหน่ายชื่อทนายความผู้นั้นออกจากทะเบียนทนายความ อันมีผลให้ทนายความผู้นั้นขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 (4) เมื่อยังไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการสภาทนายความได้จำหน่ายชื่อ ณ. ออกจากทะเบียนทนายความ ณ. จึงยังไม่ขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 ดังนั้นกระบวนพิจารณาของศาลที่ ณ. เป็นทนายความจำเลยที่ 2 จึงไม่ใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลชั้นต้นส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ ณ. ทนายความจำเลยที่ 2 ได้โดยชอบจึงถือว่าฝ่ายจำเลยที่ 2 ทราบนัดแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิด จำเลยที่ 2 แต่งนายณัฐสัญญ์ เป็นทนายความเข้าสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ หลังจากอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้ว ทนายความจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอคัดถ่ายคำพิพากษาและขอขยายระยะเวลาฎีกา

ศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องโดยขยายระยะเวลาฎีกาแก่จำเลยที่ 2 ถึงวันที่ 25 มกราคม 2556 แต่จำเลยที่ 2 มิได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลาที่ขยาย วันที่ 28 มกราคม 2556 ทนายความจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาอีกครั้ง ศาลชั้นต้นยกคำร้องและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาวันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 นายพงษ์สรรพ์ ทนายความจำเลยที่ 2 คนใหม่ยื่นคำร้องว่าศาลล้มละลายสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายณัฐสัญญ์ทนายความจำเลยที่ 2 คนเดิมเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 และต่อมามีคำพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 นายณัฐสัญญ์จึงขาดคุณสมบัติเป็นทนายความ การที่นายณัฐสัญญ์ยังคงปฏิบัติหน้าที่ทนายความต่อมา จึงไม่ชอบ เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ส่วนจำเลยที่ 2 ได้เปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2555 การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาและการส่งคำบังคับแก่จำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2553 แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่า พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 35 (7) กำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความต้องไม่เป็นบุคคลผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย และมาตรา 43 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการสภาทนายความว่า ทนายความผู้ใดเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 35 ให้ทนายความผู้นั้นพ้นสภาพการเป็นทนายความและให้คณะกรรมการสภาทนายความจำหน่ายชื่อทนายความผู้นั้นออกจากทะเบียนทนายความ อันมีผลให้ทนายความผู้นั้นขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 (4) เมื่อยังไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการสภาทนายความได้จำหน่ายชื่อนายณัฐสัญญ์ ออกจากทะเบียนทนายความ นายณัฐสัญญ์จึงยังไม่ขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 ดังนั้น

กระบวนพิจารณาของศาลที่นายณัฐสัญญ์เป็นทนายความจำเลยที่ 2 จึงไม่ใช่กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และเมื่อศาลชั้นต้นส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้นายณัฐสัญญ์ ทนายความจำเลยที่ 2 ได้โดยชอบจึงถือว่าฝ่ายจำเลยที่ 2 ทราบนัดแล้ว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า เมื่อนายณัฐสัญญ์ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย ย่อมขาดคุณสมบัติการเป็นทนายความ หากกระทำการใดเกี่ยวกับหน้าที่ทนายความต่อไปย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและเมื่อนายณัฐสัญญ์ไม่สามารถทำหน้าที่ทนายความต่อไปได้แล้ว การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้แก่นายณัฐสัญญ์ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ทราบนัดโดยชอบ นั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานิศ เกศวพิทักษ์ · เมทินี ชโลธร · ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายธัญญู ชูดำ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางรุ่งรัตน์ วิจิตรจงกล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3446/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ177/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ6/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้