Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขายที่ดินให้คนต่างด้าวนั้น พระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มิได้ห้ามเด็ดขาดการซื้อขายจึงสมบูรณ์ข้อตกลงด้วยวาจาว่าถ้าผู้ซื้อแปลงชาติเป็นไทยไม่ได้ผู้ซื้อต้องขายที่ดินคืนให้ผู้ขายนั้น ไม่มีผลบังคับได้คำร้องขอขายที่ดินมีว่า ถ้าผู้ซื้อเป็นคนต่างด้าวผู้ขายขอถอนคำร้องนั้น ถ้าผู้ขายรู้ความจริงอยู่แล้วขืนทำสัญญาขายไปย่อมเป็นการซื้อขายเด็ดขาด ไม่มีการเพิกถอนที่ดินมือเปล่าซึ่งคนต่างด้าวซื้อมา. และครอบครองเกิน 1 ปีคนต่างด้าวย่อมได้สิทธิครอบครองและจำหน่ายที่ดินนั้นได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน 2497 มาตรา94

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 453 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 94

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นคนต่างด้าว สัญชาติจีน พูดขอซื้อที่ดินจากโจทก์ 1 แปลง ราคา 18,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าจำเลยแปลงชาติเป็นคนไทยไม่ได้ จำเลยจะต้องขายที่ดินนั้นคืนให้โจทก์ โจทก์จึงได้ขายที่ดินนั้นให้จำเลยปรากฏตามนิติกรรมซื้อขายทำที่อำเภอที่ 62/2492 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2492 ครั้นต่อมาจำเลยแปลงชาติเป็นคนไทยไม่ได้ โจทก์จึงขอซื้อคืน จำเลยไม่ยอมกลับจะเอาไปโอนให้คนอื่น จึงขอให้ศาลบังคับรับเงินค่าซื้อที่ดินคืน 18,000 บาท กับขอให้ทำลายนิติกรรมหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินฉบับนั้นเสียจำเลยยื่นคำให้การและให้การเพิ่มเติมต่อสู้คดีว่า การซื้อขายที่ดินดังกล่าวเป็นการซื้อขายกันเด็ดขาดมิได้มีเงื่อนไขอย่างใด

ๆ ไว้ต่อกันไม่ โจทก์สละสิทธิและมอบ การครอบครองที่ให้จำเลยมา 5 ปีเศษแล้ว คดีของโจทก์ขาดอายุความ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมมิได้กล่าวว่าโจทก์อาศัยสิทธิที่ขอซื้อที่ดินรายนี้คืนจากจำเลยได้ จำเลยเป็นคนต่างด้าวชาติจีนจริง แต่กฎหมายก็มิได้ห้ามเด็ดขาดมิให้จำเลยมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ ขอให้ศาลยกฟ้องโจทก์แถลงว่า ก่อนทำหนังสือซื้อขายที่พิพาท โจทก์จำเลยพูดกันด้วยปากว่า หากจำเลยแปลงชาติเป็นคนไทยไม่ได้ จำเลยจะต้องขายที่รายนี้คืนให้โจทก์ในราคาเท่าเดิม ต่อมาราวเดือนตุลาคม 2492 โจทก์ทราบแน่ว่าจำเลยยังมิได้แปลงชาติเป็นคนไทย โจทก์จึงขอซื้อคืนตามที่ตกลงกันไว้ แต่จำเลยไม่คืน ฝ่ายจำเลยว่าโจทก์ตกลงขายให้จำเลยโดยเด็ดขาด ไม่มีข้อตกลงหรือเงื่อนไขอย่างใดศาลชั้นต้นเห็นว่า

รูปคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย และพิจารณาเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 การซื้อขายที่ดินรายนี้ได้กระทำโดยจดทะเบียนต่อพนักงานอำเภอเป็นการสมบูรณ์ ที่ดินตกเป็นของจำเลยแล้ว ส่วนข้อที่ว่าจำเลยเป็นคนต่างด้าวจะมีสิทธิในที่ดินได้หรือไม่ กฎหมายที่ดินอันเกี่ยวแก่คนต่างด้าว พ.ศ. 2486 ไม่ได้ห้ามเด็ดขาดไม่ให้คนต่างด้าวทำสัญญาซื้อขายที่ดิน หรือได้มาซึ่งที่ดิน การที่โจทก์จะขอบังคับให้จำเลยขายที่ดินคืนให้โจทก์ได้นั้น ต้องบังคับตามมาตรา 456 วรรคสอง แต่เพียงพูดกันด้วยวาจาเท่านั้นจึงบังคับไม่ได้โจทก์ปล่อยทิ้งคดีไว้ไม่จัดการอย่างใดจนถึงบัดนี้ขาดอายุความแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาประชุมปรึกษาคดีแล้ว ฟ้องและคำให้การประกอบกับคำแถลงของโจทก์จำเลยฟังได้ว่า โจทก์ทำสัญญาขายที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ 1 แปลง ให้จำเลยซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีน เป็นเงิน 18,000 บาท โดยจดทะเบียนซื้อขายกันที่อำเภอวาริน ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2492 และได้มอบการครอบครองให้จำเลยแล้ว ครั้นต่อมา พ.ศ. 2497 จำเลยไปขอประกาศจะโอนขายที่ดินนี้ให้นางมาการิต โดยไม่ขายคืนให้โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้ด้วยวาจา แต่จำเลยว่า เป็นการซื้อขายโดยเด็ดขาดปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ได้ความดังนี้โจทก์ฎีกาคัดค้านขึ้นมาว่า นิติกรรมแห่งสัญญาซื้อขายที่เจ้าพนักงานอำเภอวารินทำขึ้นให้โจทก์จำเลยนั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว

พ.ศ. 2486 มาตรา 5, 6 นิติกรรมนั้นจึงเป็นโมฆะ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วไม่ได้ห้ามเด็ดขาดมิให้คนต่างด้าวทำสัญญาซื้อขายที่ดินหรือได้มาซึ่งที่ดิน นิติกรรมแห่งสัญญาซื้อขายนั้นจึงสมบูรณ์หาเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 ดังโจทก์กล่าวอ้างไม่ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1311/2495 ระหว่างนายลั้ง ทองดี โจทก์ นางเขียน พยัคฆ์ซ้อน จำเลย ซึ่งได้วินิจฉัยตรงตามประเด็นข้อโต้เถียงนี้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่า ก่อนทำสัญญาซื้อขายที่ดินได้ตกลงกันด้วยวาจาว่า จำเลยจะต้องขายที่ดินนั้นคืนให้โจทก์ ถ้าหากจำเลยแปลงชาติเป็นคนไทยไม่ได้ ถ้ามีการตกลงกันจริงตามเงื่อนไขดังโจทก์ว่า ก็เป็นแต่พูดกันด้วยปากเปล่ามิได้ทำเป็นหนังสือ ข้อตกลงดังว่านี้จึงไม่มีผลอันจะพึงบังคับแก่กันได้โจทก์ฎีกาคัดค้านว่า ตามคำร้องโจทก์

เอกสาร จ.7 โจทก์สงวนสิทธิเป็นเงื่อนไขไว้ว่า "ถ้านายเที่ยงเป็นคนต่างด้าวข้าพเจ้าขอถอนคำร้องนี้" เป็นการแสดงว่า โจทก์ได้เพิกถอนการซื้อขายไว้แล้วนั้น ก่อนทำสัญญาโจทก์ก็รู้ว่าจำเลยเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีน ไฉนโจทก์จึงฝืนทำนิติกรรมสัญญาซื้อขายอย่างเด็ดขาดโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ทั้งได้มอบที่พิพาทให้จำเลยครอบครองด้วย โจทก์จะเถียงว่าจำเลยครอบครองแทนโจทก์ย่อมฟังไม่ขึ้นเพราะเป็นการซื้อขายเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 โดยเฉพาะที่พิพาทรายนี้เป็นที่ดินชนิดที่ไม่มีหนังสือสำคัญ เมื่อโจทก์สละสิทธิครอบครองอย่างเด็ดขาดให้จำเลยและจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองนั้นเพื่อตนเองตลอดมาเกิน 1 ปีแล้วจำเลยย่อมได้สิทธิครอบครอง ส่วนที่จำเลยเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีนประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 94 ก็บัญญัติให้คนต่างด้าวจำหน่ายที่ดินที่ได้มานั้นเสียได้ และจำเลยก็จะโอนขายให้นางมาการริตอยู่แล้ว หากแต่โจทก์ไปคัดค้านไว้ ทั้งนี้เพราะที่พิพาทมีราคาสูงขึ้นมาก ศาลล่างทั้งสองชี้ขาดมาชอบแล้วเหตุฉะนี้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ใช้ค่าทนายแทนจำเลยชั้นฎีกา 200 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2454/2563

หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 19 กันยายน 2554 เรื่องการคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่อนุมัติหลักการและแนวทางในการคืนเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่คัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11115/2558

ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีก่อนให้จำเลยทั้งสามส่งมอบรถยนต์ตามสัญญาซื้อขายแบบมีเงื่อนไขคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน พร้อมทั้งให้ชำระค่าเสียหายและชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยทั้งสามไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12163/2557

โจทก์กับจำเลยตกลงทำสัญญาซื้อขายราคาคงที่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมน้ำมันเตาจำนวน 6,030,000 ลิตร ภายในช่วงเวลาที่กำหนด วันเดียวกัน โจทก์ทำสัญญาสั่งซื้อน้ำมันชนิดดังกล่าวจากบริษัท ช. เพื่อสำรองส่งมอบให้จำเลยภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9345/2557

เครื่องบรรจุเอกสารพิพาททั้งสามเป็นเครื่องเก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เป็นธรรมดาที่สมรรถนะของเครื่องไม่อาจเทียบได้กับเครื่องใหม่ การซื้อขายสินค้าจึงต้องพิจารณาจากข้อตกลงและพฤติการณ์ของคู่สัญญาเป็นกรณีไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19413/2555

แม้การโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินและสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินพิพาทระบุว่าเป็นการขายก็ตาม แต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 เบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้