Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59901)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในอัตราโทษชั้นสูงสุดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ในการกระทำความผิดทุกกรรม และจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาเพื่อจะให้มีการชำระหนี้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เรียงกระทงลงโทษดังนี้ ผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาไม่ใช้เงินตามเช็คฉบับแรกจำคุก 4 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 2 จำคุก 3 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 3จำคุก 3 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 5 จำคุก 6 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 6จำคุก 2 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 7 จำคุก 4 เดือนรวมจำคุก 22 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 73)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลล่าง ให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีนั้น คู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามโดยบทกฎหมายที่กล่าวแล้วส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานออกเช็คตามเอกสารหมาย จ.9 ซึ่งศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าเช็คดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจำเลยไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้องยืนตามกันมา โดยอ้างว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามกฎหมายจำเลยมีความผิดนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220สรุปแล้วศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2081/2532นายรุ่งฤทธิ์ ลีลาเลิศล้ำกิจโจทก์นางยุพดี ชนะกิจจำเลยนายรุ่งฤทธิ์ ลีลาเลิศล้ำกิจ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในอัตราโทษชั้นสูงสุดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ในการกระทำความผิดทุกกรรม และจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาเพื่อจะให้มีการชำระหนี้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80 แผ่นที่ 3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เรียงกระทงลงโทษดังนี้ ผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาไม่ใช้เงินตามเช็คฉบับแรกจำคุก 4 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 2 จำคุก 3 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 3จำคุก 3 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 5 จำคุก 6 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 6จำคุก 2 เดือน ตามเช็คฉบับที่ 7 จำคุก 4 เดือนรวมจำคุก 22 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 73)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลล่าง ให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีนั้น คู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อมต้องห้ามโดยบทกฎหมายที่กล่าวแล้วส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานออกเช็คตามเอกสารหมาย จ.9 ซึ่งศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าเช็คดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจำเลยไม่มีความผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องยืนตามกันมา โดยอ้างว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามกฎหมายจำเลยมีความผิดนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220สรุปแล้วศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · เธียร ยูงทอง · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907/2551

จำเลยเดินไปหยิบเอาเงินเหรียญกษาปณ์ของผู้เสียหาย โดยจำเลยไม่ได้พูดหรือทำกิริยาอาการอย่างใดที่ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือได้ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย แต่หลังจากจำเลยหยิบเอาเงินเหรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57137)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อพิเคราะห์ ฎีกาของจำเลยแล้ว ปรากฏว่าเป็นกรณีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะอ้างว่าฎีกาปัญหาข้อกฎหมายประกอบข้อเท็จจริง แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3533/2535

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคหนึ่ง,83 และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 82 เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59725)

ความว่า โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ฎีกาดุลพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นเจตนาฉ้อโกงประชาชน จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2532

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความในคดีแพ่งนั้นเป็นความเท็จแต่มิได้เป็นข้อสำคัญในคดี พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่าจำเลยเบิกความเท็จมีความเห็นพ้อง ด้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้