Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59908)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ฎีกาของจำเลยโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาล เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้าม จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า จำเลยได้รับฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า พยานโจทก์ทั้งหมดเบิกความขัดกันอย่างสิ้นเชิง มีพิรุธ น่าสงสัย สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ฎีกาของจำเลยจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 79)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 วรรคแรก ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย รวมสองกระทง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวมสองกระทงจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 75,77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยความผิดกระทงละไม่เกิน 5 ปี คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2089/2532พนักงานอัยการจังหวัดยะลาโจทก์นางมีด๊ะ เปาะอีแตจำเลยนางมีด๊ะ เปาะอีแต จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 193, ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ฎีกาของจำเลยโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาล เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้าม จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า จำเลยได้รับฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า พยานโจทก์ทั้งหมดเบิกความขัดกันอย่างสิ้นเชิง มีพิรุธ น่าสงสัย สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ฎีกาของจำเลยจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 79)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 วรรคแรก ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย รวมสองกระทง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวมสองกระทงจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 75,77)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยความผิดกระทงละไม่เกิน 5 ปี คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดา โมกขมรรคกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7123/2553

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ประกอบมาตรา 83 และฐานร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2549

การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มีกำหนด 4 ปี แม้จะมีการเพิ่มโทษหนึ่งในสามเนื่องจากกระทำความผิดซ้ำตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน ก็เป็นการเพิ่มโทษตามที่ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8973/2547

ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะจำนวนเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้