Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5991/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ยกคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของผู้ร้องถึงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องฟัง ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 10 วรรคสอง, 18 และ ป.วิ.พ. มาตรา 147 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 แต่ผู้ร้องยังคงยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่เป็นครั้งที่สอง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มาตรา 18 ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 40 (7) ก็เพื่อให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ที่ผู้ร้องยื่นครั้งที่สองและส่งสำนวนพร้อมทั้งความเห็นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อให้วินิจฉัยคำร้องดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องเพราะคดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็ไม่มีอำนาจที่จะรับวินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รับวินิจฉัยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 144 ป.วิ.พ. มาตรา 147 พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 10 พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 18

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจาก เดิมผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1068/2550 ของศาลจังหวัดลำพูน ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14815/2555 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ได้ยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาดังกล่าวขึ้นพิจารณาใหม่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องไปครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่อีกครั้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องไปแล้ว จึงเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 10 วรรคสอง คำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ครั้งหลังของผู้ร้องต้องห้ามตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่บัญญัติว่า "คำร้องเกี่ยวกับผู้ต้องรับโทษอาญาคนหนึ่งในคคีหนึ่งให้ยื่นได้เพียงครั้งเดียว" จึงให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 211 โดยให้เหตุผลว่า พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 18 เป็นบทบัญญัติตัดโอกาสผู้ร้องในการเสนอพยานหลักฐานใหม่ จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 40 (7) ทั้งผู้ร้องไม่มีโอกาสขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยก่อนศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยภายหลังคดีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของผู้ร้องได้ถึงที่สุดแล้วจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 211 ไม่รับคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ฉบับแรก ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 ศาลชั้นต้นส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาแล้วพิพากษายกคำร้อง ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 10 วรรคสอง บัญญัติว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด และมาตรา 18 บัญญัติว่า คำร้องเกี่ยวกับผู้ต้องรับโทษอาญาคนหนึ่งในคดีหนึ่งให้ยื่นได้เพียงครั้งเดียว ดังนี้ คดีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของผู้ร้องจึงถึงที่สุดแล้วตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ผู้ร้องฟังเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคหนึ่ง

ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ให้ศาลวินิจฉัยอีก ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่อีกเป็นครั้งที่สองและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำร้อง การที่ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 18 ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 40 (7) หรือไม่นั้น ก็เพื่อให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ที่ผู้ร้องยื่นต่อศาลชั้นต้นเป็นครั้งที่สองและส่งสำนวนพร้อมทั้งความเห็นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยคำร้องดังกล่าวซึ่งอ้างเหตุในลักษณะเดียวกันกับคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นในครั้งแรกอีกครั้งหนึ่ง

ดังจะเห็นได้จากคำขอท้ายฎีกาของผู้ร้องที่ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องฉบับดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้อง ตามคำร้องและคำร้องแก้ไขคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ฉบับลงวันที่ 18 และ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ตามลำดับ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องภายหลังคดีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ถึงที่สุดแล้ว ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงไม่รับคำร้องของผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็ไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รับวินิจฉัยให้นั้นจึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาผู้ร้องที่ขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องฉบับดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัย และให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้อง ตามคำร้องและคำร้องแก้ไขคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ฉบับลงวันที่ 18 และ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ตามลำดับอีก ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 และยกฎีกาของผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี เพศประเสริฐ · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พีรศักดิ์ ไวกาสี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำพูน - นายบรรดาล ดังขุนทด
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอาทิตย์ ออกเวหา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
รอ.1/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2138/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1068/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4367/2566

คำร้องของจำเลยลงวันที่ 4 มีนาคม 2565 ที่ขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่นั้น แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้ทำการไต่สวน แต่ศาลชั้นต้นก็ได้พิจารณาคำร้องของจำเลยแล้วและเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากคำร้องแล้วเห็นว่าคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2566

เดิมโจทก์ร่วมฟ้อง ส. เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 902/2556 หมายเลขแดงที่ 2060/2557 ของศาลชั้นต้น ขอให้ขับไล่และรื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินโจทก์ร่วม และห้าม ส. กับบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยเป็นผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3332/2565

ข้อเท็จจริงในเรื่องไม้พะยูงของกลาง จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาที่จำเลยที่ 1 ร้องขอไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2559

ขณะศาลฎีกาส่งคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ส่วนจำเลยที่ 2 อยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม การที่ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลฎีกาให้ศา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้