คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2231/2532พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์นายจตุพร ลานทองจำเลยนายจักราวุธ จันทร์ภิรมย์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 เดือน และสั่งไม่ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง ถือว่าศาลล่างทั้งสองพิพากษาตรงข้ามกัน อันเป็นการพิพากษากลับ คดีจึงหาต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่ อย่างไรก็ตามหากศาลจะฟังว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ การแก้ไขจากไม่ริบของกลางเป็นริบของกลางก็เป็นการแก้ไขมาก หาใช่เป็นการแก้ไขเล็กน้อยดังที่ศาลชั้นต้นสั่งไว้ไม่
โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ข้อ 56,83 ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะโดยที่ยานพาหนะนั้นมีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่ได้กำหนดเดินบนทางหลวงแผ่นดินลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 4 ให้จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือนของกลางยังไม่สมควรริบศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 19)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20)คำสั่งฎีกาของจำเลยที่ขอไม่ให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางนั้นเป็นการโต้เถียงดุลยพินิจของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน
ไม่ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางนั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อยมิใช่เป็นการพิพากษากลับดังคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง