Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5998/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 4 บัญญัติความหมายของผู้ขนส่งน้ำมันไว้ว่า คือผู้ที่รับจ้างทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมิใช่เป็นของตนเองโดยใช้ยานพาหนะสำหรับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ ทั้งมาตรา 12, 14 และ 15 ยังบัญญัติให้ผู้ขนส่งน้ำมันมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อส่วนราชการอีกหลายประการ แสดงให้เห็นว่าผู้ขนส่งน้ำมันตามบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึงผู้ที่ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเท่านั้น เมื่อจำเลยเป็นเพียงพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันของบริษัท ต. ผู้ขายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้เสียหาย จึงไม่ใช่ผู้ขนส่งน้ำมันตามความหมายของบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวที่ต้องรับโทษหนักขึ้นในฐานเป็นผู้ขนส่งน้ำมันกระทำการปลอมปนตาม มาตรา 49 วรรคสอง คงมีความผิดตาม มาตรา 49 วรรคหนึ่ง เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 4 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 12 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 14 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 15 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 25 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 4, 12, 25, 49

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 12, 25, 49 วรรคสอง จำคุก 1 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายอนนท์ นายสุพลกับ นายอำพล พนักงานของผู้เสียหายซึ่งเบิกความเป็นพยานโจทก์ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวเบิกความตรงกันว่าบ่อพักที่ 2 สำหรับการขายส่งน้ำมันซึ่งแยกหัวจ่ายออกจากหัวจ่ายการขายปลีกสอดคล้องกับคำเบิกความของผู้เสียหาย และการขายส่งน้ำมันจะมีเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน นายอนนท์ยังเบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยด้วยว่า หัวจ่ายน้ำมันจะระบุปริมาณของน้ำมันที่ขาย แต่ปรากฏว่าหัวจ่ายน้ำมันที่จ่ายจากบ่อพักที่ 2 ยังมีตัวเลขคงเดิม แสดงว่าไม่มีการจ่ายน้ำมันออกจากหัวจ่ายน้ำมันดังกล่าวภายหลังเติมน้ำมัน 7,000 ลิตรไปแล้ว จึงมีเหตุผลให้เชื่อว่าหลังจากจำเลยได้นำน้ำมันเชื้อเพลิงมาถ่ายลงในบ่อพักที่ 2 แล้วไม่มีการจ่ายน้ำมันจากหัวจ่ายดังกล่าวแต่อย่างใด

คำเบิกความของผู้เสียหายเจือสมกับคำเบิกความของนายจักรพันธ์และนายจตุพงษ์พยานจำเลย โดยนายจักรพันธ์เบิกความรับข้อเท็จจริงว่า ในวันที่ 24 มีนาคม 2549 เวลาช่วงบ่าย ผู้เสียหายได้โทรศัพท์แจ้งว่าน้ำมันที่ส่งให้แก่ผู้เสียหายมีน้ำเจือปนอยู่ และนายจตุพงษ์เบิกความรับข้อเท็จจริงว่า พยานได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุและได้มีการทาครีมตรวจสอบน้ำมัน เมื่อจุ่มลงในบ่อน้ำมันปรากฏว่าครีมดังกล่าวเปลี่ยนเป็นสีแดง พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าผู้เสียหายได้แจ้งให้นายจักรพันธ์ทราบในทันทีหลังจากทราบว่ามีน้ำปนอยู่กับน้ำมันในบ่อพักที่ 2 คำเบิกความของผู้เสียหายดังกล่าวนี้เจือสมกับคำเบิกความของจำเลยที่ว่า นายจตุพงษ์ได้เรียกจำเลยเข้าไปพบต่อหน้าผู้เสียหายและยังถามจำเลยว่าทำอะไรกับน้ำมัน

จำเลยตอบว่าไม่ได้ทำ จำเลยได้บอกผู้เสียหายว่าได้พักกินข้าวที่ปั๊มหลอดที่อำเภอปักธงชัยและได้พาผู้เสียหายไปดูปั๊มหลอดดังกล่าว แม้จำเลยจะมิได้เบิกความถึงข้อที่ได้บอกผู้เสียหายว่าจำเลยได้เติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว แต่พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้เมื่อฟังประกอบกับที่นายอนนท์เบิกความถึงการที่จำเลยใช้เท้าเตะซีลปิดฝาถังน้ำมันถึง 4 ช่อง แล้วได้ถ่ายน้ำมันจากถังช่องที่ 3 และที่ 4 ลงในบ่อพักที่ 2 อันเป็นถังเดียวกับที่จำเลยเปิดซีลฝาถังน้ำมัน ย่อมแสดงถึงข้อพิรุธของจำเลยที่จะกลบเกลื่อนมิให้นายอนนท์ได้ทราบว่าซีลปิดฝาถังน้ำมันอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยหรือไม่ การที่นายอนนท์เปิดฝาถังน้ำมันเพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันว่าอยู่ตรงตามปริมาณ

จากความไว้วางใจกัน และในวันเดียวกันนั้นผู้เสียหายก็ได้ชำระเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแก่บริษัทต้องบุญปิโตรเลียม จำกัด ด้วยเงินสดในทันที ประกอบกับหากน้ำมันในบ่อพักที่ 2 จะพร่องลงเพราะมีการจ่ายน้ำมันก็จะปรากฏความเคลื่อนไหวของตัวเลขที่หัวจ่ายน้ำมัน แต่เลขวัดปริมาณน้ำมันที่จำหน่ายยังคงเป็นเลขเดิมมิได้มีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่าไม่มีการจ่ายน้ำมันจากบ่อพักที่ 2 ดังกล่าว ดังนั้น จึงเชื่อว่าน้ำมันที่มีการตรวจสอบในบ่อพักที่ 2 เป็นน้ำมันที่ผู้เสียหายได้รับจากจำเลย ซึ่งจำเลยเป็นผู้ครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำมาส่งแก่ผู้เสียหายมาโดยตลอดจนกระทั่งนำส่งให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องควบคุมมิให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือปลอมปนสภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนดูแลอยู่ แต่จำเลยกลับแวะพักที่บริเวณปั๊มน้ำมันลอยขนาดเล็กและได้เปิดซีลฝาถังน้ำมันอีก 4 ซีล

ก่อนที่จะถ่ายน้ำมันลงในบ่อพักที่ 2 และที่ 3 ย่อมเป็นข้อพิรุธควรแก่การสงสัยว่าจำเลยได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันจากปั๊มน้ำมันลอยดังกล่าวหรือไม่ ทั้งไม่มีเหตุผลที่ผู้เสียหายซึ่งชำระค่าน้ำมันด้วยเงินสดแล้วจะแกล้งปลอมปนน้ำมันขึ้นเองเพื่อเรียกค่าเสียหายจากบริษัทต้องบุญปิโตรเลียม จำกัด แม้พนักงานของผู้เสียหายจะไม่ได้ตรวจวัดน้ำมันโดยใช้ยาวัดน้ำตรวจสอบและตักน้ำมันจากด้านบนของถังไปวัดค่าเอ.พี.ไอ เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตามที่นายจตุพงษ์กล่าวอ้าง ก็เป็นข้อพิพาทระหว่างผู้เสียหายกับบริษัทต้องบุญปิโตรเลียม จำกัด ในการเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งเท่านั้น หาเป็นเหตุแก้ตัวให้จำเลยพ้นจากความรับผิดในการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่

เมื่อประมวลถึงพฤติการณ์ที่โจทก์นำสืบ ประกอบกับพยานโจทก์ทุกปากไม่เคยรู้จักและไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน และไม่มีเหตุอันควรแก่การที่จะปรักปรำจำเลยเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการเรียกค่าเสียหายจากบริษัทต้องบุญปิโตรเลียม จำกัด จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่าย แต่ที่โจทก์ฟ้องและฎีกาว่าจำเลยผู้กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นผู้ขนส่งน้ำมันตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2534 มาตรา 12 ซึ่งต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 49 วรรคสองนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2534 มาตรา 4 บัญญัติความหมายของผู้ขนส่งน้ำมันไว้ว่า คือผู้ที่รับจ้างขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมิใช่เป็นของตนเอง โดยใช้ยานพาหนะสำหรับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ

ทั้งมาตรา 12, 14 และ 15 ยังบัญญัติให้ผู้ขนส่งน้ำมันมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อส่วนราชการอีกหลายประการ แสดงให้เห็นว่าผู้ขนส่งน้ำมันตามบทบัญญัติดังกล่าวนี้ หมายถึงผู้ที่ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเท่านั้น เมื่อจำเลยเป็นเพียงพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันของบริษัทต้องบุญปิโตรเลียม จำกัด ผู้ขายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้เสียหาย จึงไม่ใช่ผู้ขนส่งน้ำมันตามความหมายของบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวที่ต้องรับโทษหนักขึ้นในฐานเป็นผู้ขนส่งน้ำมันกระทำการปลอมปนตามมาตรา 49 วรรคสอง ตามฟ้องและฎีกาของโจทก์ จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 49 วรรคหนึ่ง เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2534 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง, 49 วรรคหนึ่ง โทษจำคุกให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาติชาย อัครวิบูลย์ · ประยูร ณ ระนอง · อดิศักดิ์ ปัตรวลี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นางพรชญา ภักดีโต
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายพีรพล จันทร์สว่าง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.175/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1482/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2214/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้