Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กู้จากโจทก์ เป็นแต่เคยเซ็นชื่อในหนังสือกู้ให้จำเลยที่ 3 ไว้ และจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของเงิน ภายหลังหนังสือกู้ไปตกอยู่ที่โจทก์โดยภรรยาจำเลยเอาไปให้โจทก์ดังนี้ จำเลยนำพะยานมาสืบได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่๑ ที่ ๒ กู้เงินโจทก์ไป ๑๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยผิดนัด ขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่าไม่เคยกู้เงินโจทก์และไม่ได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์เป็นแต่เอาเงินของจำเลยที่ ๓ ผู้เป็นน้องไปใช้ และภายหลังจำเลยที่ ๓ เอาหนังสือมาให้ลงลายมือชื่อ จึงได้ลงให้โดยไม่รู้ข้อความ และทั้งไม่มีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือด้วย สัญญาฉะบับนั้นก็ไม่ได้กำหนดดอกเบี้ย ซึ่งถ้าจะเสียก็ควรเสียร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ใช่เจ้าของเงิน จำเลยที่ ๓ ให้การว่าสัญญานี้เกิดขึ้นโดย น.ภริยาจำเลยที่ ๓ เคี่ยวเข็ญให้เอาไปให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทำสัญญาให้และลงชื่อน้องสาว น. คือโจทก์นี้เป็นเจ้าของเงินจำเลยที่ ๓ ก็ยอม และทั้งยังลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันด้วย

ต่อมา น.เอาใจออกห่างขนทรัพย์รวมทั้งสัญญากู้นี้หนีไป แล้วหวนกลับมาฟ้องจำเลย ฉะนั้นเมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของเงินกู้ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์สืบพะยานแล้ว ศาลชั้นต้นกะประเด็นให้จำเลยสืบพะยานแต่เพียง ๓ ข้อคือ ๑.ดอกเบี้ยตามธรรมเนียมนั้นอย่างไร ๒.จำเลยไม่ใช้พิมพ์ลายมือในสัญญาประกันที่โจทก์ฟ้อง ๓.จำเลยได้ลงชื่อพิมพ์ลายมือโดยไม่รู้ว่าเป็นสัญญากู้และค้ำประกัน ส่วนข้ออื่นให้งด จำเลยทั้ง ๓ จึงแถลงว่าไม่ติดใจสืบพะยานตามประเด็นที่ศาลกะ ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีเรื่องนี้จำเลยได้ต่อสู้มาแต่แรกแล้วว่า เงินตามสัญญากู้นั้นเป็นเงินของจำเลยที่ ๓ ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่เจ้าหนี้จึงเป็นประเด็นที่จำเลยขอสืบได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ซึ่งพิพากษาให้จำเลยนำพะยานมาสืบในข้อนี้ เมื่อเสร็จแล้วถ้าโจทก์ประสงค์จะสืบแก้ก็ให้สืบได้ แล้วให้ศาลเดิมตัดสินเสียใหม่ตามประเด็น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลางกูร · มนธา · อมาตย์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระ+
ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปรีชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้