Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60018)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินมิได้เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง และสั่งฎีกาว่า กรณีต้องห้ามมิให้ฎีกาเพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรกประกอบกับได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาแล้วจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า เนื่องจากคดีนี้จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายทุกคนจนเป็นที่พอใจแล้ว แต่หลักฐานการชดใช้ค่าเสียหายประกอบคำรับสารภาพของจำเลยมิได้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาล โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของจำเลย เพราะจำเลยเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของทางราชการที่จะต้องส่งหลักฐานขึ้นสู่ศาลเอง ดังนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในการกำหนดโทษแก่จำเลย ขอได้โปรดอนุญาตให้จำเลยยื่นฎีกาเพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณากำหนดโทษจำเลยในสถานเบาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390,90 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157,162 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก 10 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยด้วยจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา และสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยดังกล่าว (อันดับ 19,18)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20)คำสั่งคดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาได้ ดังนี้ ที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้จำเลยยื่นฎีกาเพื่อที่ศาลฎีกาจะพิจารณาลดโทษให้นั้น เมื่อฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจึงรับไว้พิจารณาไม่ได้ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2320/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสุเทพ แซ่ซิ้มจำเลยนายสุเทพ แซ่ซิ้ม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสินมิได้เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง และสั่งฎีกาว่า กรณีต้องห้ามมิให้ฎีกาเพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรกประกอบกับได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาแล้วจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า เนื่องจากคดีนี้จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายทุกคนจนเป็นที่พอใจแล้ว แต่หลักฐานการชดใช้ค่าเสียหายประกอบคำรับสารภาพของจำเลยมิได้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาล โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของจำเลย เพราะจำเลยเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของทางราชการที่จะต้องส่งหลักฐานขึ้นสู่ศาลเอง

ดังนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในการกำหนดโทษแก่จำเลย ขอได้โปรดอนุญาตให้จำเลยยื่นฎีกาเพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณากำหนดโทษจำเลยในสถานเบาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390,90 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157,162 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก 10 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยด้วยจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา และสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยดังกล่าว (อันดับ 19,18)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20)คำสั่งคดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก

จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาได้ ดังนี้ ที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้จำเลยยื่นฎีกาเพื่อที่ศาลฎีกาจะพิจารณาลดโทษให้นั้น เมื่อฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจึงรับไว้พิจารณาไม่ได้ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4257/2566

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาในปัญหาดังกล่าว จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้